ประกาศเตือน พายุฤดูร้อน วันที่ 1-4 เม.ย. จัดแจงกระทบไทย 48 จังหวัด

อต. ประกาศฉบับที่ 2 เตือนวันที่ 1-4 เม.ย. ไทยเตรียมพบ พายุฤดูร้อน กระทบ 48 จังหวัด ระวังฝนคึกคะนอง ลมแรง แล้วก็ลูกเห็บ

วันที่ 31 เดือนมีนาคม 2563 อต. ประกาศ พายุฤดูร้อน รอบๆเมืองไทยตอนบน ก่อให้เกิดผลเสียเมื่อวันที่ 1 – 4 เม.ย. 2563 ฉบับที่ 2 โดยกล่าวว่า รอบๆเมืองไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าร้องรวมทั้งลมกระโชกแรง รวมทั้งอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้ กับมีลูกตัวเห็บตกบางพื้นที่ในภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคทิศตะวันออก และก็ภาคกลาง

ดังนี้ ขอให้ประชาชนรอบๆเมืองไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนคะนองและก็ลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้น โดยหลบหลีกการอยู่ในที่โล่งใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งก่อสร้าง รวมทั้งป้ายที่ใช้โฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรจะเตรียมพร้อมคุ้มครองป้องกันรวมทั้งระวังความเสื่อมโทรมที่จะกำเนิดต่อผลิตผลทางการเกษตรไว้ด้วย

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ มีดังนี้
ช่วงวันที่ 1-2 เมษายน 2563

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดอุดรธานี, หนองคาย, บึงกาฬ, สกลนคร, นครพนม, มุกดาหาร, กาฬสินธุ์, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, ยโสธร, อำนาจเจริญ, นครราชสีมา, บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ, และอุบลราชธานี

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี และตราด

ช่วงวันที่ 3-4 เมษายน 2563

ภาคเหนือ: จังหวัดพะเยา, น่าน, แพร่, เชียงใหม่, ลำพูน, ลำปาง, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก, สุโขทัย, พิจิตร, กำแพงเพชร, เพชรบูรณ์ และตาก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย, หนองบัวลำภู, อุดรธานี, หนองคาย, กาฬสินธุ์, มหาสารคาม, ขอนแก่น, ชัยภูมิ, นครราชสีมา, บุรีรัมย์ และสุรินทร์

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี และตราด

ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์, ลพบุรี, สระบุรี, ชัยนาท, อ่างทอง, สิงห์บุรี และพระนครศรีอยุธยา

ดังนี้ เนื่องด้วยรอบๆความกดดันอากาศสูงจากเมืองจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคอีสานรวมทั้งสมุทรจีนใต้ ประกอบกับมีลมใต้รวมทั้งลมตะวันออกเฉใต้พัดนำความชุ่มชื้นจากสมุทรจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคอีสาน ภาคทิศตะวันออก ภาคกึ่งกลาง แล้วก็ภาคเหนือตอนล่าง ในช่วงเวลาที่เมืองไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนมาก มีผลทำให้เมืองไทยตอนบนมีลมพายุหน้าร้อนเกิดขึ้น

อย่างไรก็ดี ประชากรสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บ กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสายด่วนคาดการณ์สภาพอากาศ 1182 ได้ตลอดทั้งวันทั้งคืน.

 

แหล่งที่มา.. thairath

บิ๊กแป๊ะ ตรวจเข้มจุดตรวจควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19

บิ๊กแป๊ะ พร้อมทั้งผู้ช่วย ผู้บังคับบัญชาตำรวจ แล้วก็คณะ ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมเพรียงจุดตรวจควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 รอบๆแยกใต้ด่วนมหานคร

ตอนวันที่ 26 มีนาคม63 พันตำรวจเอกกฤษณะ พัฒนเจริญ รองผู้ประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวมาว่า เวลาเช้าของวันนี้ (26 เดือนมีนาคม) พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา

ผู้บังคับบัญชาตำรวจ และ พลตำรวจโทดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผู้บังคับบัญชาตำรวจ และก็คณะ ได้เดินทางมาตรวจความพร้อมเพรียงของจุดตรวจควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 รอบๆ

จุดตรวจแยกใต้ด่วนมหานคร ถนนหนทางสุวินทวงศ์ขาเข้า ในเขตพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ สถานีตำรวจลำผักชี พร้อมได้นำหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ แอลกอฮอล์ล้างมือ มอบให้แก่เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจฯ เพื่อใช้เพื่อสำหรับการปฏิบัติภารกิจ.

 

แหล่งที่มา.. thairath

ศาลนัดพิพากษา บรรยิน กับพวก คดีโอนหุ้นเสี่ยชูวงษ์พรุ่งนี้ 20 มีนาคม

ศาลอาญากรุงเทพใต้ นัดพิพากษา บรรยิน กับพวก คดีโอนหุ้นเสี่ยชูวงษ์ พรุ่งนี้ 20 มีนาคมโดยจะให้ พันตำรวจโทบรรยิน ฟังคำพิพากษาทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยคนที่เข้าไปในศาลจะผ่านคัดกรองโควิด-19 ก่อน

 

ช่วงวันที่ 19 เดือนมีนาคม ผู้รายงานข่าวรายงานว่า วันที่ 20 มีนาคมนี้ เวลา 09.00 น. ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง นัดอ่านคำพิพากษาคดีปลอมเอกสารโอนหุ้นของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง หรือเสี่ยจืด อายุ 50 ปี นักธุรกิจรับเหมาหมื่นล้าน หมายเลขดำ อำเภอ305/2561 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ 3 เป็นโจทก์ แล้วก็นางศรีรัตน์ แซ่ตั๊ง อายุ 57 ปี เมียของนายชูวงษ์ ในฐานะผู้จัดการมรดกสามี กับครอบครัวของนายชูวงษ์ รวม 4 ราย ที่เป็นผู้เสียหาย เป็นโจทก์ร่วม ยื่นฟ้อง นางสาวกัญฐณา ศิวาธนพล หรือน้ำตาล อายุ 30 ปี สมัยก่อนพริตตี้คนสนิทสนมของ พันตำรวจโท บรรยิน นางสาวอุรชา วชิรกุลฑล หรือป้อนข้าว (ชื่อเดี๋ยวนี้ นางสาววัชรียา หรือน้ำมนต์ วัชรประยงค์วุฒิ) อายุ 29 ปี ข้าราชการการตลาด หรือโบรกเกอร์บริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง รวมทั้งคนคุ้นเคยของ พันตำรวจโทบรรยิน, พันตำรวจโทบรรยิน ตั้งดวงอาทิตย์ณ์ อายุ 57 ปี สมัยก่อน รัฐมนตรีช่วยว่าการการซื้อขาย แล้วก็สมัยก่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชาชน และก็ นางสาวศรีธรา พรหมา อายุ 56 ปี แม่ของ นางสาวอุรชา เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานด้วยกันปลอมและก็ใช้เอกสารสิทธิปลอม ลักทรัพย์ รวมทั้งรับของโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 265, 268, 334, 335 วรรคหนึ่ง (5) (7) กับวรรคสาม, 357

 

นางวันเพ็ญ ธนธรรมสิริ พี่สาวของนายยกวงษ์ เผยจะไปร่วมฟังคำพิพากษาตามนัดแนะอย่างไม่ต้องสงสัย จะไปคอยฟังข่าวดีที่พวกเราเรียกร้องความเที่ยงธรรมมา คดีนี้ 4 ปีกว่าแล้ว พึ่งจะถึงศาลชั้นต้น สำหรับราคาหุ้นในคดีนี้นั้น มีปริมาณกว่า 300 ล้านบาท ค่าตอนนี้ก็มากยิ่งกว่า 400-500 ล้านบาทไปแล้ว

 

ในตอนที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้แจ้งประชาสัมพันธ์ต่อสื่อมวลชนสำหรับการนัดหมายอ่านคำตัดสินนี้ว่า 1. ท่านที่จะเข้าฟังการอ่านคำพิพากษาที่ศาลขอให้สมัครสมาชิกไปที่ผ่านมา แต่ว่าเชลยที่ 3 (พันตำรวจโทบรรยิน) มิได้เบิกตัวมาที่ศาล ใช้การอ่านคำตัดสินให้เชลยที่ 3 ฟังผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ แม้กระนั้นเชลยที่ได้รับการประกันตัวที่จำต้องเดินทางมาศาล 2. การคัดเลือกกรองกรณีโควิด-19 จะตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าศาล มีเจลบริการ ชี้แนะให้ใส่หน้ากากอนามัยทุกคน 3. ศาลอาญากรุงเทพใต้จะตระเตรียมสรุปย่อผลคำวินิจฉัยส่งให้คณะทำงานพิธีกรศาลยุติธรรมเพื่อส่งให้สื่อมวลชนถัดไป ถ้าเกิดไม่มีความจำเป็นก็เลยไม่ต้องเดินทางไปที่ศาล

 

แหล่งที่มา.. thairath

หมอธีระวัฒน์ ไล่ยาว 3 ข้อสำคัญเพราะอะไรจะต้องปิดประเทศ ปิดบ้านแก้ โควิด-19

หมอ ธีระวัฒน์ ไล่ยาว 3 ข้อสำคัญเพราะอะไรจะต้องปิดประเทศ ปิดบ้านขจัดปัญหา โควิด-19 กำหนด เวลาเราเหลือลดน้อยลงทุกที

ตอนวันที่ 19 มีนาคม 63 ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคเกิดใหม่ แผนกแพทยศาสตร์ จุฬาลงแขนณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ใจความผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา โดยกล่าวว่า มูลเหตุสำคัญที่จะต้องปิดประเทศและก็จะต้องปิดบ้าน ดังต่อไปนี้

1.ไม่มียา ยาที่รู้สึกว่าจะใช้ได้ มีการรายงานมาหลายคราว และก็ปัจจุบันในนิตยสาร นิวอิงแลนด์ 18 เดือนมีนาคมว่า ยา lopinavir/ritonavir ไม่ได้เรื่อง มีแม้กระนั้นยา chloroquine ที่รักษาไข้มาลาเรีย ที่พวกเราพอเพียงหาได้ กับ favipiravir ผลิตที่ประเทศญี่ปุ่นและก็จีน ที่พวกเรามีปริมาณจำกัดมากมายสำหรับคน 600 ถึง 700 คนแค่นั้น รวมทั้งภาวนาให้มีพอเพียงเป็นหมื่นๆคน ซึ่ง 1 คนรับใช้ 70 เม็ด

2. ระบบสาธารณสุข กายภาพ เครื่องไม้เครื่องมือ กำลังคน เตียง แยกอาการหนัก ที่จะต้องใช้อุปกรณ์กู้ภัยและก็ก่อเกิดละอองที่จะให้มีการติดต่อทางการหายใจ จะต้องเป็นห้องความดันลบจริงๆที่ทั่วทั้งประเทศ มี 100 กว่าห้อง (ใช่หรือไม่ใช่) แล้วก็กระจัดกระจายอยู่ตามโรงหมอต่างๆที่ละไม่มากมาย ห้องที่ปรับเปลี่ยน รวมถึงห้องแยกอื่นๆแล้วก็ห้องดูแลผู้ป่วยหนักในโรงพยาบาล มีเพียงพอใช่หรือไม่ และก็เครื่องที่ใช้สำหรับในการช่วยหายใจรวมทั้งอุปกรณ์กู้ภัย

ยิ่งไปกว่านี้ ห้องกลุ่มนี้ในโรงหมอหลายที่ใช้แอร์รวม ถ้าหากมีการใช้เครื่องมือ ที่นำมาซึ่งการติดต่อทางการหายใจจะสามารถแพร่ระบาดไปกว้างใหญ่ เจ้าหน้าที่มีแพทย์ทั้งประเทศไม่ถึง 30,000 คนแล้วก็เป็นแพทย์ติดเชื้อโรคทางปอด แล้วก็ภาวะวิกฤติมีบางทีก็อาจจะเป็นปริมาณ 1000 หรือน้อยกว่า

ถ้าหากเหตุวิกฤติเอาแพทย์ทั่วๆไปที่ไม่ชำนาญสำหรับในการมองผู้ป่วยแล้วก็การใส่ชุดป้องกันตัวเอง แทนที่จะช่วย กลับติดเชื้อแล้วก็แปลงเป็นภาระหน้าที่ให้จำต้องรักษาต่อ ทางพยาบาล นักวิทยาศาสตร์ วิธีการหมอจะยิ่งแล้วใหญ่ โดยที่ในช่วงเวลานี้งานหนักอย่างใหญ่โตอยู่แล้ว แล้วก็คนป่วยคับแคบ เต็ม วอร์ด เต็มห้องดูแลผู้ป่วยหนักในโรงพยาบาล แล้วก็ครอบครองเตียง ครอบครองเครื่องที่ใช้สำหรับในการช่วยหายใจและก็อุปกรณ์กู้ภัยไปหมดแล้ว

3. ถึงวันนี้เป็นวาระสุดท้ายที่จะต้องก้าวนำเชื้อโรคไม่ใช่กำเนิดวิกฤติรุกล้ำเข้าไปในระบบสาธารณสุขมากยิ่งกว่านี้ หรือที่มีข้อกำหนดมากมาย ดังข้อ 1-2 ถ้าเกิดยังคงก้าวตามหลัง มองเรียกตัวเลขผู้ติดเชื้อโรค คนตาย โดยมิได้ใส่ใจว่าโรคนี้การติดต่อ จากบุคคลสู่บุคคลเป็นลูกโซ่ รวมทั้งยากที่จะจำกัดผู้ติดเชื้อโรคแล้วก็ผู้ใกล้ชิด ที่กระจายเชื้อได้

ดังนี้ เพราะว่าผู้ติดโรคที่เป็นวัยรุ่นแข็งแรงไม่มีโรคประจำตัวจะเป็นคนกระจายเชื้อที่มีคุณภาพสูงสุดไม่ว่าในสถานที่สำหรับทำงาน ในระหว่างการเดินทางด้วยรถยนต์สาธารณะ ข้างหลังเวลาทำงาน ไปแพร่ระหว่างฝูงชนอีกเพียบเลย แล้วก็เมื่อเชื้อแพร่เข้าไปในฝูงคนบอบบางชราและก็มีโรคประจำตัว

เมื่อเชื้อเข้าไปในโรงพยาบาลจากญาติคนไข้ที่เข้าไปยอดเยี่ยมโดยมีการติดโรคที่ไม่มีอาการหรือน้อยมากจนกระทั่งตรวจหาไม่เจอ เมื่อนั้นก็จะเป็นการแพร่อย่างเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโรงหมอที่แออัดคับแคบ ตั้งแต่ ที่จอดรถ หอพัก ผู้ป่วยนอก รวมทั้งแน่ๆ แพร่ไปทุกพื้นที่ การปิดบ้าน ปิดเมืองโดดเดี่ยว ยากที่จะทำให้ประเทศสะอาด ศึกษาจากเมืองจีน ทำความเข้าใจจากประเทศอื่นๆที่ปฏิเสธบทเรียน แล้วก็ทางแก้ไขจากเมืองจีน พวกเรารู้สึกตัวความเชื่อมั่นและมั่นใจความมั่นใจและเศรษฐกิจได้ถ้าเกิดพวกเราทำจริง…

แมทธิว แนะชาวไทยถึงเหตุผลที่จะต้องรักษาระยะห่าง หลังโควิด 19 ระบาดทั้งโลก

หลังโควิด 19 ระบาดทั้งโลก แมทธิว แนะชาวไทยที่จะต้องรักษาระยะห่าง

เหตุการณ์ยังน่ากังวลสำหรับกรณีเชื้อ ไวรัสโควิด-19 ที่ระบาดหนักไปทั่วทั้งโลก รวมทั้งในประเทศไทยนั้นมียอดคนไข้สะสมพุ่งสูงมากขึ้นนับร้อยคนแล้ว ยิ่งทำให้ชาวไทยวิตกกังวลว่าจะระบาดหนักมากมายๆในเวลาอันใกล้นี้ ถึงแม้รัฐบาลจะยังไม่ประกาศว่าการระบาดคราวนี้ไปสู่เฟส 3 แต่ว่าพลเมืองคนไม่ใช่น้อยเริ่มสะสมของกินแล้วก็ของใช้ในชีวิตประจำวันแล้ว แล้วก็พยายามไม่ออกมาจากบ้านไปในที่ชุมชนต่างๆ

ปัจจุบัน แมทธิว ดีน ผู้ดำเนินรายการชายหนุ่มโด่งดัง ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เจ็บป่วยที่ติดเชื้อโรคโควิด-19 ได้แชร์ข้อมูลที่น่าสนใจผ่านไอจีส่วนตัว เกี่ยวกับการดูแลและรักษาระยะห่างระหว่างกัน (Social Distancing) ในตอนที่เชื้อไวรัสโควิด-19 ระบาด ซึ่งเจ้าตัวได้โพสต์คลิปเลียนแบบการแพร่ระบาดใน 4 เหตุการณ์ รวมทั้งชี้แจงถึงเหตุการณ์จำลองดังกล่าวข้างต้น โดยอ้างอิงจากบทความของ Washington Post ดังต่อไปนี้

แมทธิว

1. ปลดปล่อยอิสระ (Free-for-all) เป็นไม่ต้องทำอะไร เมื่อจำลองกับเมืองขนาด 200 คนด้วยการใส่ผู้เจ็บป่วยเข้าไป 1 คน พวกเราก็จะมองเห็นการแพร่กระบาดของคนป่วยออกไปในวงกว้าง ตัวแผนภูมิสูงมากขึ้นอย่างเร็ว แล้วครู่หนึ่งปริมาณคนเจ็บก็จะเบาๆลดน้อยลง ตัวกราฟก็ลดน้อยลงด้วยเหมือนกัน ซึ่งถ้าเกิดเป็นไปในรูปแบบนี้ การติดต่อกันจะใช้เวลาไม่นาน ซึ่งนี่เป็นตัวอย่างของเมืองขนาด 200 คนรวมทั้งถ้าเกิดเป็นสังคมที่มีประชาชนหลักล้าน ซึ่งก็กล่าวได้ว่ากว่าแผนภูมิจะขึ้นไปพีคสุดที่มีคนชิดกันหมดทั่วทั้งเมืองแล้วถึงจะเริ่มต่ำลง ซึ่งก็จะใช้เวลานานขึ้นอีกไม่เคยทราบกี่เท่าตัว แล้วก็โน่นจะคือปัญหาของทรัพยากรที่ใช้ในลัษณะของการจัดแจงว่าพวกเราจะพร้อมขนาดไหนในตอนที่คนติดพร้อมเพียงกัน?

2. บังคับกักกัน (Forced or Attempted quarantine) อย่างกับที่ใช้ในหูเป่ย เมืองจีน เป็นปิดเมืองไปเลย เมืองไหนมีผู้ป่วยก็ปิด ห้ามออกไปไหน ซึ่งวิธีแบบนี้ผู้ชำนาญพูดว่าเป็นได้ยากกับสหรัฐอเมริกา ทั้งยังในทางของการใช้ชีวิตรวมทั้งข้อบังคับ แล้วก็เหมือนกันคงจะยากกับเมืองไทย ซึ่งวิธีการแบบนี้ได้พินิจพิจารณากันแล้วว่าเป็นได้ยาก เพราะเหตุว่าระยะแรกมันจะมองมีคุณภาพดีเยี่ยม แม้กระนั้นไม่นานมันจะเริ่มมีรูรั่วออกมาจะด้วยเหตุผลใดก็ตามและไม่นานนักมันก็จะมีผู้ป่วยหลุดออกมาจากจุดกักกันออกไปชิดกับคนอื่นๆ แล้วก็จะมีคนเจ็บมากขึ้นอย่างเดิม ซึ่งจะจัดแจงกับผู้เจ็บป่วยได้ช้าออกไปอีกเมื่อเทียบกับ

3. แบบรักษาระยะห่างกันพอควร (Moderate social distancing) กล้วยๆเลยเป็น ต้องการให้คนเลี่ยงการอยู่ในที่ส่วนรวม อยู่ในที่คนเยอะๆอยู่บ้าน อยู่กับหมากับแมวให้เพิ่มมากขึ้น วิธีการกล้วยๆเป็นเคลื่อนกันให้ลดน้อยลงและก็ลดการสัมผัสให้ลดลง ซึ่งถ้าเกิดเป็นรูปแบบนี้จังหวะของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสก็จะลดน้อยลง ซึ่งในแบบจำลองที่ 3 นี้ได้ทดลองให้คน 1 ใน 4 คนขยับเขยื้อนไปสัมผัสผู้อื่นแล้วก็อีก 3/4 อยู่กับบ้าน ไม่ไปไหน ซึ่งผลที่เกิดก็คือพวกเราจะมีบุคคลที่แข็งแรง ไม่ป่วยไข้จำนวนไม่ใช่น้อย ซึ่งที่อิตาลีก็ใช้วิธีการแบบนี้อยู่ด้วยการสั่งปิดห้องอาหาร และก็จีนที่ปิดแหล่งชุมนุมของสาธารณะทั้งหมดทั้งปวง รวมทั้งที่อเมริกาก็กำลังจะใช้แนวทางเดียวกัน

4. แบบรักษาระยะห่างกันอย่างเอาจริงเอาจัง (Extensive social distancing) ซึ่งแนวทางแบบนี้ ก็จะคล้ายกับแนวทางที่ 3 แต่ว่าเค้าทดลองให้เหลือเพียงแค่ 1 จาก 8 คนเพียงแค่นั้นยังเคลื่อนที่ไปสัมผัสบุคคลอื่นอยู่ ที่เหลืออยู่กับบ้าน ไม่ต้องออกไปไหน ซึ่งวิธีการแบบนี้ได้ผลลัพธ์ที่ดีมากมายเพราะว่ากราฟของผู้ติดเชื้อโรคจะแบนราบมากมาย แล้วก็ปริมาณของผู้ที่ติดโรคก็จะเป็นไปอย่างช้าๆขนานไปกับคนที่หายปกติ ซึ่งสิ่งกลุ่มนี้จะชี้ให้เห็นว่าพวกเราจะสามารถบริหารจัดแจงของทรัพยากรรวมทั้งข้าราชการได้อย่างมีคุณภาพเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ซึ่งในช่วงท้าย แมทธิว ดีน แชร์ถึงข้อสรุปไว้ว่า “ซึ่งแบบจำลองอีกทั้ง 4 จะได้ผลที่แตกต่างกันไปตามแต่ context ของแต่ละประเทศแล้วก็สภาพสังคม และก็จริงอยู่ว่าผลของแบบ #4 จะเยี่ยมที่สุด แม้กระนั้นในความจริงนั้นเรียกว่าทำเป็นออกจะยาก ซึ่งในทางตรงกันข้ามแบบจำลองที่ 3 ที่เป็นแบบรักษาระยะห่างกันพอสมควร (Moderate social distancing) ดูเหมือน realistic สูงที่สุด และก็ยังได้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าการบังคับกักกัน (Forced or Attempted quarantine) ซึ่งถ้าหากเป็นไปในลักษณะนั้นพวกเราคงจะสามารถบริหารทรัพยากรและก็พนักงานทางด้านการแพทย์ได้อย่างมีคุณภาพเพิ่มมากขึ้น

มากมายไปกว่านั้นในชีวิตจริงมันยังมี factors อีกหลายแบบที่พวกเราน่าจะใส่ใจไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องว่าในแบบจำลองทั้งปวงนั้นมันบางทีอาจเป็นเพียงแต่แบบจำลองของลูกบอลที่กระทบกันไปๆมาๆรวมทั้งเปลี่ยนสีไปตามการได้รับเชื้อ แต่ว่าตามความเป็นจริงพวกเราไม่ใช่ลูกฟุตบอลรวมทั้งมันยังมีการเสียชีวิตของผู้ที่อยู่ในกรุ๊ปเสี่ยง ซึ่งตัวอย่างเช่นคนวัยแก่แล้วก็คนที่มีภาวะแทรกซ้อน ซึ่งนั้นแปลว่าลูกฟุตบอลเล็กน้อยจะหายไปจากการกระทบรวมทั้งแตะต้องกัน……. ……..และก็ถ้าหากมันหายไป มันก็มิได้มีเหตุมาจากใครเว้นเสียแต่ความดื้อรั้นของตัวเราเอง ซึ่งทั้งหมดทุกอย่างเริ่มได้ด้วยตัวเรานะ

แมทธิว

 

โดยภายหลังที่ แมทธิว ดีน ได้แชร์ใจความแล้วก็คลิปประกอบคำชี้แจงออกไป ก็มีคนรักๆเข้ามาคอมเมนต์ขอบพระคุณสำหรับข้อมูลดีๆเยอะมากๆ และให้พรให้เจ้าตัวแล้วก็ ลีเดีย ศรัณย์รัชต์ เมีย หายไวๆด้วย.

 

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/entertain/news/1797604