แมทธิว

หลังโควิด 19 ระบาดทั้งโลก แมทธิว แนะชาวไทยที่จะต้องรักษาระยะห่าง

เหตุการณ์ยังน่ากังวลสำหรับกรณีเชื้อ ไวรัสโควิด-19 ที่ระบาดหนักไปทั่วทั้งโลก รวมทั้งในประเทศไทยนั้นมียอดคนไข้สะสมพุ่งสูงมากขึ้นนับร้อยคนแล้ว ยิ่งทำให้ชาวไทยวิตกกังวลว่าจะระบาดหนักมากมายๆในเวลาอันใกล้นี้ ถึงแม้รัฐบาลจะยังไม่ประกาศว่าการระบาดคราวนี้ไปสู่เฟส 3 แต่ว่าพลเมืองคนไม่ใช่น้อยเริ่มสะสมของกินแล้วก็ของใช้ในชีวิตประจำวันแล้ว แล้วก็พยายามไม่ออกมาจากบ้านไปในที่ชุมชนต่างๆ

ปัจจุบัน แมทธิว ดีน ผู้ดำเนินรายการชายหนุ่มโด่งดัง ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เจ็บป่วยที่ติดเชื้อโรคโควิด-19 ได้แชร์ข้อมูลที่น่าสนใจผ่านไอจีส่วนตัว เกี่ยวกับการดูแลและรักษาระยะห่างระหว่างกัน (Social Distancing) ในตอนที่เชื้อไวรัสโควิด-19 ระบาด ซึ่งเจ้าตัวได้โพสต์คลิปเลียนแบบการแพร่ระบาดใน 4 เหตุการณ์ รวมทั้งชี้แจงถึงเหตุการณ์จำลองดังกล่าวข้างต้น โดยอ้างอิงจากบทความของ Washington Post ดังต่อไปนี้

แมทธิว

1. ปลดปล่อยอิสระ (Free-for-all) เป็นไม่ต้องทำอะไร เมื่อจำลองกับเมืองขนาด 200 คนด้วยการใส่ผู้เจ็บป่วยเข้าไป 1 คน พวกเราก็จะมองเห็นการแพร่กระบาดของคนป่วยออกไปในวงกว้าง ตัวแผนภูมิสูงมากขึ้นอย่างเร็ว แล้วครู่หนึ่งปริมาณคนเจ็บก็จะเบาๆลดน้อยลง ตัวกราฟก็ลดน้อยลงด้วยเหมือนกัน ซึ่งถ้าเกิดเป็นไปในรูปแบบนี้ การติดต่อกันจะใช้เวลาไม่นาน ซึ่งนี่เป็นตัวอย่างของเมืองขนาด 200 คนรวมทั้งถ้าเกิดเป็นสังคมที่มีประชาชนหลักล้าน ซึ่งก็กล่าวได้ว่ากว่าแผนภูมิจะขึ้นไปพีคสุดที่มีคนชิดกันหมดทั่วทั้งเมืองแล้วถึงจะเริ่มต่ำลง ซึ่งก็จะใช้เวลานานขึ้นอีกไม่เคยทราบกี่เท่าตัว แล้วก็โน่นจะคือปัญหาของทรัพยากรที่ใช้ในลัษณะของการจัดแจงว่าพวกเราจะพร้อมขนาดไหนในตอนที่คนติดพร้อมเพียงกัน?

2. บังคับกักกัน (Forced or Attempted quarantine) อย่างกับที่ใช้ในหูเป่ย เมืองจีน เป็นปิดเมืองไปเลย เมืองไหนมีผู้ป่วยก็ปิด ห้ามออกไปไหน ซึ่งวิธีแบบนี้ผู้ชำนาญพูดว่าเป็นได้ยากกับสหรัฐอเมริกา ทั้งยังในทางของการใช้ชีวิตรวมทั้งข้อบังคับ แล้วก็เหมือนกันคงจะยากกับเมืองไทย ซึ่งวิธีการแบบนี้ได้พินิจพิจารณากันแล้วว่าเป็นได้ยาก เพราะเหตุว่าระยะแรกมันจะมองมีคุณภาพดีเยี่ยม แม้กระนั้นไม่นานมันจะเริ่มมีรูรั่วออกมาจะด้วยเหตุผลใดก็ตามและไม่นานนักมันก็จะมีผู้ป่วยหลุดออกมาจากจุดกักกันออกไปชิดกับคนอื่นๆ แล้วก็จะมีคนเจ็บมากขึ้นอย่างเดิม ซึ่งจะจัดแจงกับผู้เจ็บป่วยได้ช้าออกไปอีกเมื่อเทียบกับ

3. แบบรักษาระยะห่างกันพอควร (Moderate social distancing) กล้วยๆเลยเป็น ต้องการให้คนเลี่ยงการอยู่ในที่ส่วนรวม อยู่ในที่คนเยอะๆอยู่บ้าน อยู่กับหมากับแมวให้เพิ่มมากขึ้น วิธีการกล้วยๆเป็นเคลื่อนกันให้ลดน้อยลงและก็ลดการสัมผัสให้ลดลง ซึ่งถ้าเกิดเป็นรูปแบบนี้จังหวะของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสก็จะลดน้อยลง ซึ่งในแบบจำลองที่ 3 นี้ได้ทดลองให้คน 1 ใน 4 คนขยับเขยื้อนไปสัมผัสผู้อื่นแล้วก็อีก 3/4 อยู่กับบ้าน ไม่ไปไหน ซึ่งผลที่เกิดก็คือพวกเราจะมีบุคคลที่แข็งแรง ไม่ป่วยไข้จำนวนไม่ใช่น้อย ซึ่งที่อิตาลีก็ใช้วิธีการแบบนี้อยู่ด้วยการสั่งปิดห้องอาหาร และก็จีนที่ปิดแหล่งชุมนุมของสาธารณะทั้งหมดทั้งปวง รวมทั้งที่อเมริกาก็กำลังจะใช้แนวทางเดียวกัน

4. แบบรักษาระยะห่างกันอย่างเอาจริงเอาจัง (Extensive social distancing) ซึ่งแนวทางแบบนี้ ก็จะคล้ายกับแนวทางที่ 3 แต่ว่าเค้าทดลองให้เหลือเพียงแค่ 1 จาก 8 คนเพียงแค่นั้นยังเคลื่อนที่ไปสัมผัสบุคคลอื่นอยู่ ที่เหลืออยู่กับบ้าน ไม่ต้องออกไปไหน ซึ่งวิธีการแบบนี้ได้ผลลัพธ์ที่ดีมากมายเพราะว่ากราฟของผู้ติดเชื้อโรคจะแบนราบมากมาย แล้วก็ปริมาณของผู้ที่ติดโรคก็จะเป็นไปอย่างช้าๆขนานไปกับคนที่หายปกติ ซึ่งสิ่งกลุ่มนี้จะชี้ให้เห็นว่าพวกเราจะสามารถบริหารจัดแจงของทรัพยากรรวมทั้งข้าราชการได้อย่างมีคุณภาพเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ซึ่งในช่วงท้าย แมทธิว ดีน แชร์ถึงข้อสรุปไว้ว่า “ซึ่งแบบจำลองอีกทั้ง 4 จะได้ผลที่แตกต่างกันไปตามแต่ context ของแต่ละประเทศแล้วก็สภาพสังคม และก็จริงอยู่ว่าผลของแบบ #4 จะเยี่ยมที่สุด แม้กระนั้นในความจริงนั้นเรียกว่าทำเป็นออกจะยาก ซึ่งในทางตรงกันข้ามแบบจำลองที่ 3 ที่เป็นแบบรักษาระยะห่างกันพอสมควร (Moderate social distancing) ดูเหมือน realistic สูงที่สุด และก็ยังได้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าการบังคับกักกัน (Forced or Attempted quarantine) ซึ่งถ้าหากเป็นไปในลักษณะนั้นพวกเราคงจะสามารถบริหารทรัพยากรและก็พนักงานทางด้านการแพทย์ได้อย่างมีคุณภาพเพิ่มมากขึ้น

มากมายไปกว่านั้นในชีวิตจริงมันยังมี factors อีกหลายแบบที่พวกเราน่าจะใส่ใจไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องว่าในแบบจำลองทั้งปวงนั้นมันบางทีอาจเป็นเพียงแต่แบบจำลองของลูกบอลที่กระทบกันไปๆมาๆรวมทั้งเปลี่ยนสีไปตามการได้รับเชื้อ แต่ว่าตามความเป็นจริงพวกเราไม่ใช่ลูกฟุตบอลรวมทั้งมันยังมีการเสียชีวิตของผู้ที่อยู่ในกรุ๊ปเสี่ยง ซึ่งตัวอย่างเช่นคนวัยแก่แล้วก็คนที่มีภาวะแทรกซ้อน ซึ่งนั้นแปลว่าลูกฟุตบอลเล็กน้อยจะหายไปจากการกระทบรวมทั้งแตะต้องกัน……. ……..และก็ถ้าหากมันหายไป มันก็มิได้มีเหตุมาจากใครเว้นเสียแต่ความดื้อรั้นของตัวเราเอง ซึ่งทั้งหมดทุกอย่างเริ่มได้ด้วยตัวเรานะ

แมทธิว

 

โดยภายหลังที่ แมทธิว ดีน ได้แชร์ใจความแล้วก็คลิปประกอบคำชี้แจงออกไป ก็มีคนรักๆเข้ามาคอมเมนต์ขอบพระคุณสำหรับข้อมูลดีๆเยอะมากๆ และให้พรให้เจ้าตัวแล้วก็ ลีเดีย ศรัณย์รัชต์ เมีย หายไวๆด้วย.

 

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/entertain/news/1797604

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *