ลูกวอนช่วยแม่ แอบเป็น ผีน้อยที่เกาหลี ติดเชื้อในกระแสเลือด-ค่ารักษาแพง

ลูกวอนช่วยแม่ แอบเป็น ผีน้อยที่ประเทศเกาหลี ติดโรคในกระแสเลือด-ค่ารักษาแพง เผยมีอาการป่วยเป็นโรคปอด แต่ว่าไม่พบเชื้อโควิด วอนสถานทูตพาแม่กลับมารักษาตัวที่ไทย

 

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 29 เม.ย.63 ผู้รายงานข่าวลงพื้นที่บ้านเลขที่ 79 หมู่ที่ 8 ตำบลทุ่งงาม อำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง เจอ นางสาวชมพูนุช ผันผ่อน อายุ 23 ปี นิสิตชั้นปีที่ 2 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดลำปาง พร้อมเปิดเผยว่า

 

ลูกวอนช่วยแม่ ในขณะนี้ครอบครัวตัวเองตกที่นั่งลำบากอย่างมาก เพราะเหตุว่าแม่คือ นางผุลหทัย แก่นแก้ว อายุ 49 ปี ซึ่งไปทำงานที่ประเทศเกาหลี โดยไปแบบไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือ ผีน้อย ช่วงนี้ได้เจ็บป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ไม่มีค่าใช้จ่ายไปแล้วเกือบ 8 ล้านวอน รวมทั้งยังไม่สามารถเดินทางกลับเมืองไทยได้

 

โดยแม่ก่อนไปดำเนินการที่ประเทศเกาหลีจำเป็นต้องขายบ้านที่จังหวัดลำพูน และก็นำบ้านที่จังหวัดลำปางไปจำนำ เพื่อจ่ายหนี้ที่มีอยู่ เพราะว่าทางครอบครัวมีหนี้เป็นจำนวนมาก ประกอบกับแม่เป็นเสาหลักของครอบครัว จำต้องเลี้ยงดูตนเองเรียน ก็เลยจะต้องทำงานทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วก็ในที่สุดด้วยภาระหนี้ที่มีอยู่ เลยควรต้องไปทำงานที่ประเทศเกาหลี ตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค.62 ก่อนหน้าที่ผ่านมา แต่ว่าแม่มีโรคประจำตัวเป็น โรคภูมิแพ้ จนถึงเมื่อต้นเดือน มี.ค.63 แม่เริ่มมีลักษณะอาการไอเรื้อรัง แล้วก็จะเดินทางกลับบ้าน แต่ว่าถัดมาสนามบินก็ปิด เพราะเหตุการณ์โควิด-19

 

ถัดมาต้นเดือนเดือนเมษายนอาการแม่เริ่มทรุดลงเรื่อยๆจะต้องไปรักษาตัวที่คลินิกในกรุงโซล ทางบ้านจะต้องไปกู้เงินกว่าแสนบาทส่งให้แม่ไปรักษาตัวที่สถานพยาบาลในประเทศเกาหลี แต่ว่าท้ายที่สุดวันที่ 24 เม.ย. แม่มีอาการหนักจนกระทั่งขั้นอาเจียน ทานข้าวมิได้ แล้วก็เดินมิได้ จนกระทั่งวันที่ 25 เม.ย.63 ลักษณะของแม่ทรุดหนัก กระทั่งจำเป็นต้องเข้ารักษาตัวที่ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่กรุงโซล

 

ซึ่งผลของการตรวจยืนยันว่าไม่เจอเชื้อโควิด-19 แล้วก็ในขณะนี้ ยอดค่ารักษาพยาบาลสรุปในวันที่ 28 อยู่ที่เกือบ 8 ล้านวอน ซึ่งถ้าเกิดมีการรักษาต่อ รายจ่ายก็จะต้องเยอะขึ้น

 

“ในเวลานี้ตัวเองหมดทางไม่รู้เรื่องจะทำยังไง ก็เลยต้องการขออ้อนวอนหน่วยงานที่เกี่ยวพันช่วยเหลือแม่ และก็ถ้าเป็นได้ก็ต้องการที่จะให้แม่กลับมารักษาตัวที่บ้าน เพื่อตัวเองจะได้ดูแลแม่ถัดไป” นางสาวชมพูนุช กล่าว.

 

 

ที่มา.. thairath

เพนตากอนเปิดเผยคลิปลับ เครื่องบินขับไล่ F-18 เผชิญหน้ากับยานปริศนา ที่คาดว่าเป็น UFO

เพนตากอน เปิดเผยคลิปลับ เครื่องบินขับไล่ F-18 เผชิญหน้ากับยานปริศนา ที่คาดว่าเป็น UFO

 

เพนตากอน เผยแพร่คลิปวิดีโอ UFO อย่างเป็นทางการ การันตีว่านักบินกองทัพอากาศประจันหน้ากับวัตถุปริศนาบนฟ้า

 

กระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา เผยแพร่คลิปวิดีโอสั้นๆปริมาณ 3 คลิป ถ่ายจากกล้องอินฟราเรดบนเครื่องบินของนย. ในปี 2547 และก็ 2558 ในเวลาที่นักบินเจอหน้ากับวัตถุปัญหาที่กำลังเคลื่อนไปด้วยความเร็วสูง

 

แล้วก็เคลื่อนในแบบอย่างที่ไม่อาจจะชี้แจงได้ ซึ่งทางเพนตากอนเรียกสิ่งนี้ว่า “UAP” (Unidentified Aerial Phenomena) หรือ ปราฏการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถที่จะเจาะจงได้ ซึ่งเป็นการหลบหลีกที่จะใช้คำว่า UFO (Unidentified Flying Object) เพื่อไม่ให้มีการตีความหมายว่าเป็นวัตถุปัญหาในแบบทฤษฎีสมคบคิดต่างๆ

 

เพนตากอน บอกว่า 2 ใน 3 คลิปนี้บันทึกภาพแล้วก็เสียงระหว่างการติดต่อสื่อสารระหว่างนักบินที่ต่างไม่เชื่อสายตาในสิ่งที่พวกเขามองเห็น แล้วก็มีเสียงของนักบินที่ตกใจกับความเร็วของวัตถุปัญหา ระหว่างที่ยังมีเสียงนักบินคนหนึ่งพูดว่าบางทีอาจจะเป็นโดรน

 

โดยอีกทั้ง 3 คลิปนี้เคยถูกเอามาเผยแพร่ในสังคมออนไลน์ ระหว่างธ.ค.ปี 2560 รวมทั้ง เดือนมีนาคม 2561 โดยบริษัท “To The Stars Academy of Arts & Sciences” ของนายทอม ดีลอนจ์ สมาชิกวงดนตรีแนวพังค์ “Blink-182” ที่หลงใหลเรื่องราวความเร้นลับของเอเลี่ยน

 

นางซู โกห์ พิธีกรหญิงของเพนตากอนกล่าวว่า การเปิดเผยแพร่คลิปวิดีโอชุดนี้มีขึ้นเพื่อเป็นการคลายเรื่องที่น่าสงสัยของมหาชนว่าคลิปวิดีโอที่เผยแพร่กันในโลกอินเตอร์เน็ตเป็นของจริงแบบที่ไม่ผ่านการตัดต่อหรือเปล่า รวมทั้งยังมีนิดหน่อยเพิ่มอีกหรือเปล่า โดยภายหลังการพิจารณาแล้วทางเพนตากอนใส่ใจว่า การเปิดเผยแพร่คลิปวิดีโอชุดนี้จะมิได้เป็นการเผยเกี่ยวกับความสามารถและก็ระบบของเพนตากอน นอกนั้นยังมิได้ทำให้เกิดผลกระทบต่อการสืบสวนตรวจตราเกี่ยวกับการที่กองกำลังทางอากาศถูกจู่โจมโดยการปรากฏทางอากาศที่ไม่สามารถที่จะเจาะจงได้

 

นายโจเซฟ กราดิชเชอร์ พิธีกรนย.สหรัฐอเมริกาเผยเมื่อส.ค.ก่อนหน้าที่ผ่านมาว่า เวลานี้ กระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา เปิดกว้างหัวข้อการเผยแพร่การพบเจอการปรากฏทางอากาศที่ไม่สามารถที่จะเจาะจงได้ เพื่อเป็นการผลักดันให้นักบินรายงานสิ่งที่พวกเขาพบ ซึ่งเปลี่ยนเป็นว่าเหล่านักบินเผชิญปรากฏการณ์แบบงี้บ่อย.

 

 

ที่มา.. thairath

กรมอุตุ ประกาศฉบับ 17 เตือน 33 จังหวัดยังคงพบ พายุฤดูร้อน

กรมอุตุ ประกาศฉบับ 17 เตือน 33 จังหวัดยังคงเจอ “พายุฤดูร้อน” ระวังฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมทั้งอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้น

 

วันที่ 26 เม.ย. 2563 กรมอุตุ ประกาศ พายุฤดูร้อน รอบๆเมืองไทยตอนบน ฉบับที่ 17 โดยบอกว่า รอบๆความกดดันอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างจะแรงจากเมืองจีนแผ่ลงมาปกคลุมเมืองไทยตอนบน และก็ทะเลจีนใต้ มีผลทำให้มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าร้องแล้วก็ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมทั้งอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้

 

ดังนี้ ขอให้พลเมืองรอบๆภาคเหนือระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่าที่อาจจะมีการเกิดขึ้น โดยเลี่ยงการอยู่ในที่โล่ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งก่อสร้าง แล้วก็ป้ายที่ใช้โฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรจะเตรียมพร้อมคุ้มครองป้องกันแล้วก็ระวังความทรุดโทรมที่จะกำเนิดต่อผลิตผลทางการเกษตรไว้ด้วย

 

ช่วงเวลาที่ ลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและก็ภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนลำพองมากขึ้น กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ แล้วก็มีลมกระโชกแรง ส่วนคลื่นลมรอบๆอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปมีคลื่นสูง 1-2 เมตร รอบๆที่มีฝนลำพองคลื่นสูงโดยประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวตังเกออกเรือด้วยความระแวดระวังในเวลานี้

 

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลพวง มีดังนี้ วันที่ 26 ม.ย. 2563

 

ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดลำพูน จังหวัดลำปาง จังหวัดพะเยา แพร่ น่าน จังหวัดอุตรดิตถ์ พิษณุโลก จังหวัดสุโขทัย ตาก แล้วก็จังหวัดกำแพงเพชร

ภาคอีสาน: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู ชัยภูมิ และก็จังหวัดนครราชสีมา

ภาคกลาง: จังหวัดชัยนาท จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี รวมทั้งจังหวัดราชบุรี

ภาคตะวันออก: จ.ชลบุรีจังหวัดระยอง เมืองจันท์ รวมทั้งจังหวัดตราด

ภาคใต้: จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช จังหวัดพัทลุง จังหวัดสงขลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา แล้วก็จังหวัดนราธิวาส

 

แม้กระนั้น ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บอต. หรือสายด่วนพยากรณ์สภาพอากาศ 1182 ได้ตลอด 1 วัน ประกาศฉบับนี้เป็นฉบับท้ายที่สุดของเรื่องราวนี้.

 

 

ที่มา.. thairath

พายุลูกเห็บถล่มเชียงราย เสียหายกว่า 500 หลัง หนักสุดในรอบ 80 ปี

พายุลูกเห็บถล่มเชียงราย บ้านที่พักริมฝั่งโขงเสียหายกว่า 500 หลัง หนักสุดในรอบ 80 ปี ส่วนที่ตากต้นไม้ใหญ่ล้มทับตึกเรียนและก็ที่พักคุณครูสถานที่เรียน ตำรวจตระเวณชายแดนพินาศย่อยยับ เหมือนกับที่จังหวัดสระบุรีลมพายุพัดบ้านทรงไทยโบราณอายุกว่า 100 ปี คุณยายวัย 80 เจ้าของบ้านเสียใจมองเห็นบ้านมรดกตกทอดจากบิดามารดาพังทลายกระหน่ำต่อหน้า ในตอนที่ชาวสวนทุเรียนป่าละอู จังหวัดประจวบฯ เศร้าโศกทุเรียน 15 ไร่โดนลมกระชากร่วงเกลื่อนกลาดโคนต้นเสียหายกว่าครึ่งแสน

ลมพายุยังพัดกระหน่ำอย่างมาก โดยเมื่อช่วงเวลาเช้าวันที่ 24 เม.ย. นายทัศนัย สุธาวจนะ นายอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ออกตรวจสอบความทรุดโทรมจากลมพายุหน้าร้อนแล้วก็ลูกเห็บตกในพื้นที่ ตำบลสถานที่ ตำบลศรีดอนชัย ตำบลห้วยซ้อ และก็ ตำบลริมโขง หนักสุดเป็น ตำบลเวียง เจอบ้านเรือนตั้งอยู่ชายน้ำฝั่งแม่น้ำโขงได้รับความย่ำแย่หลายหมู่บ้านตั้งแต่บ้านหัวเวียง บ้านเวียงแก้ว บ้านวัดหลวง บ้านเวียงดอนชัย บ้านชายหาดไคร้ แล้วก็บ้านสบสม นายทัศนัยกล่าวมาว่าจากการสำรวจพบว่าพื้นที่ที่ได้รับผลพวงส่วนมากอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำโขง พายุลูกเห็บถล่มเชียงราย พื้นฐานคาดว่ามีไม่น้อยกว่า 500 ข้างหลัง หนักสุดในรอบ 80 ปี

 

ที่ จังหวัดตาก เกิดลมพายุหน้าร้อนในพื้นที่ ตำบลแม่จัน อำเภออุ้มผาง นำมาซึ่งการทำให้บ้านช่องและก็สถานศึกษาตำรวจตระเวนชายแดนบ้านแม่จันทะได้รับความทรุดโทรมอย่างมาก ข้างหลังเกิดเหตุ จังหวัดส.ต.คุ้นชินการปฏิบัติ คีรีดุจจินดา ผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่สถานศึกษา ตำรวจตระเวณชายแดนบ้านแม่จันทะ ขึ้นตรงต่อกองร้อย ตำรวจตระเวณชายแดนที่ 342 อุ้มผาง

 

สำรวจเจอต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับตึกเรียนอนุบาล ตึกเรียนชั้น เปรียญ1-3 ตึกเรียน ชั้น เปรียญ4-6 ตึกโรงอาหาร ห้องเก็บของ และก็ที่พักคุณครู ตอนที่วัสดุอุปกรณ์สื่อการเรียนการสอนได้รับความย่ำแย่ ในขณะที่นายพัชพล มั่นปาน นายอำเภออุ้มผาง สั่งเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือสถานที่เรียนรวมทั้งราษฎรอย่างเร่งด่วน

 

ส่วนที่ จังหวัดสระบุรี นายเดชา เสาโท ผู้ใหญ่บ้านกลุ่ม 5 ตำบลบ้านหลวง อำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี ตรวจดูบ้านทรงไทยดั้งเดิมอายุกว่า 100 ปี ที่ถูกลมพายุพัดกระหน่ำตอนค่ำวันที่ 23 เม.ย.ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ทำให้บ้านพังทลายแทบทั้งยังข้างหลัง นางลิ้นย่าง อุ่นจันทร์ อายุ 80 ปี เจ้าของบ้าน เผยออกมาว่า ขณะนั่งอยู่ในบ้านอีกข้างหลังกำเนิดฝนตกรวมทั้งลมแรง ครู่หนึ่งได้ยินเสียงบ้านทรงไทยถูกลมพัดกระทั่งพังทลายซึ่งๆหน้า เสียดายมากมายเพราะเหตุว่าบ้านข้างหลังนี้บิดามารดาเป็นคนสร้างไว้ อายุดั้งเดิมเป็นร้อยปี ทุกๆอย่างยังอยู่ในภาวะเดิม ตั้งอกตั้งใจเก็บไว้ให้บุตรหลาน แต่ว่าในตอนนี้อาจจะจำต้องรื้อถอน จะไม่สร้างหรือปรับปรุงแก้ไขซ่อนแซมใหม่ ด้วยเหตุว่า รายจ่ายแพง

 

จังหวัดสระแก้ว กำเนิดลมพายุและก็ลมกระโชกแรงในพื้นที่ อำเภอเมืองสระแก้ว รวมทั้ง อำเภอเขาฉกรรจ์ โดยยิ่งไปกว่านั้นในกลุ่ม 6 ตำบลเขาฉกรรจ์ ลมพายุพัดหลังคาบ้านที่พักแล้วก็ร้านรวงฝั่งปั๊มน้ำมันเขาฉกรรจ์ลอยละล่องไปติดอยู่บนสายไฟแรงสูงฝั่งตรงข้าม ส่วนที่กลุ่ม 11 ตำบลสระขวัญ อำเภอเมืองสระแก้ว ต้นไม้หักพิงสายไฟฟ้าและก็ล้มขวางทางถนนสาย 359 ข้าราชการกฟภ.จำต้องนำเครื่องใช้ไม้สอยตัดก้านไม้ลงมา เพื่อคุ้มครองปกป้องอันตรายจากกระแสไฟ ในขณะที่บ้านของนายวีระอำนาจ เวศสี อายุ 60 ปี เลขที่ 127 กลุ่ม 5 ตำบลสระขวัญ ถูกลมพายุพัดหลังคาหายไปกับกระแสลม จะต้องย้ายไปอยู่บ้านพี่น้องชั่วครั้งชั่วคราว

 

เหมือนกันกับเกษตรกรทุเรียนป่าละอู กลุ่ม 5 บ้านเฉลิมพร ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับผลพวงจากลมพายุพัดผลทุเรียนใกล้เก็บเกี่ยวหล่นลงมาเยอะมาก นายบุญยืน เกศาร ผู้ครอบครองสวนทุเรียนป่าละอู ประชาชนผู้ได้รับภัย เผยออกมาว่า

 

ตอนกลางดึกคืนก่อนกำเนิดลมพายุรวมทั้งลมแรง ทำให้ทุเรียนหมอนทองคำที่ปลูกไว้ทั้งปวง 15 ไร่หล่นกระจัดกระจายโคนต้น ในขณะที่เหลืออีกเพียงแต่ 2 เดือนก็จะตัดขายลอตแรกแล้ว พื้นฐานคาดว่าเสียหายไม่ต่ำลงมากยิ่งกว่า 5 หมื่นบาท แต่ ปีนี้กสิกรทุเรียนป่าละอูเผชิญปัญหาภัยแล้งและก็โรคระบาด เล็กน้อยถูกช้างป่าทำลาย ทำให้คาดว่าทุเรียนป่าละอูจะออกสู่ตลาดน้อยกว่าปีที่ล่วงเลยไป

 

ที่ จังหวัดอ่างทอง นายฉัตรชัย เย็นทรวง นายอำเภอป่าโมก ร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แล้วก็ อบต.ในพื้นที่สำรวจอาคารบ้านเรือนพลเมืองที่ได้รับความย่ำแย่จากลมพายุหน้าร้อนรวมทั้งฝนตกเมื่อเย็นวันที่ 23 เม.ย. โดยมีราษฎรได้รับผลพวงไม่ต่ำลงยิ่งกว่า 40 หลังคาเรือน ส่วนที่ ตำบลจำปาหล่อ อำเภอเมืองจังหวัดอ่างทอง เจอบ้านพังทลายเสียหายหลายข้างหลัง พื้นฐานข้าราชการอยู่ระหว่างตรวจความเสื่อมโทรม เพื่อความช่วยเหลือเกื้อกูลตามกฎเกณฑ์ของทางการ

ส่วนปัญหาหมอกควันในภาคเหนือปัจจุบันกลับไปสู่ภาวการณ์ธรรมดาแล้ว ข้างหลังมีฝนตกลงมาช่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จังหวัดเชียงใหม่ ค่าฝุ่นเข้าขั้นธรรมดาต่อเนื่องกันนับเป็นเวลาหลายวัน ระหว่างที่จุดฮอตสปอตหรือจุดความร้อนบนยอดดอยสูงยังเกิดขึ้นบางพื้นที่ ข้าราชการยังคงเข้าไปปิดไฟป่าอย่างสม่ำเสมอ ช่วงเวลาเดียวกันในเวลาสาย นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการทรัพยากรธรรมชาติแล้วก็สภาพแวดล้อม

เข้ายอดเยี่ยมให้กำลังใจนายทนง เหมยป้อ อายุ 42 ปี ข้าราชการเขตรักษาชนิดสัตว์ป่าจังหวัดเชียงใหม่ที่ตกเขาได้รับบาดเจ็บขณะเข้าปิดไฟป่ารอบๆลำห้วย บ้านนาเลาใหม่ กลุ่ม 10 ตำบลเชียงดาว อำเภอเชียงดาว จังหวัดจังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 21 เม.ย.ก่อนหน้าที่ผ่านมา นอน รักษาตัวอยู่ โรงพยาบาลนครอิงค์

นายวราวุธพูดว่า นายกฯมีความกังวลและก็สั่งย้ำให้เดินทางมายอดเยี่ยมให้กำลังใจข้าราชการพร้อมให้การช่วยเหลือดูแลอย่างมาก ขอบคุณมากนักดับไฟป่ารวมทั้งอาสาสมัครปิดไฟป่าทุกคนสถานที่สำหรับทำงานกันอย่างมาก ในปีนี้ไฟป่าสร้างการสิ้นไปแก่ชีวิตของอาสาสมัครไปแล้วผู้คนจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้หลังจากนี้ไปจำเป็นต้องประเมินและก็มีวิธีการป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุแบบงี้ขึ้นอีกในปีหน้า ส่วนเหตุการณ์ไฟป่าขณะนี้ดียิ่งขึ้น จากรายงานของกรมป่าไม้แล้วก็อุทยานแห่งชาติในพื้นที่จะมีความคิดเห็นว่าจุดความร้อนและก็จำนวนไฟป่าลดลงเป็นลำดับ บนภูเขาสุเทพ-ปุยนุ่น ไม่มีไฟมานับอาทิตย์แล้ว

 

ที่มา.. thairath

อ.จุฬาฯ ชี้วิกฤติโควิด พลิกแก้ปัญหาโลกร้อนได้ดี จากการหยุดทำกิจกรรมทำลายสิ่งแวดล้อม

อ.จุฬาฯ ชี้วิกฤติโควิด พลิกแก้ไขปัญหาโลกร้อนได้ดี เหตุเพราะมนุษย์หยุดปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากการหยุดทำกิจกรรมทำลายสภาพแวดล้อม นับว่าเป็นดัชนีสอนมนุษย์ควรจะเปลี่ยนแปลงแนวทางคิด ‘ป้องกันก่อนวิกฤติ’

 

ช่วงวันที่ 24 เม.ย.63 รศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ อาจารย์ประจำสาขาวิชา วิทยาศาสตร์ทางทะเล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวมาว่าจากเหตุการณ์เชื้อไวรัสโคโรนาสายจำพวกใหม่ หรือ โควิด-19 ทำให้มนุษย์ได้รับบทเรียนสำหรับเพื่อการขจัดปัญหาโลกร้อน หากแม้ทั้งคู่ปัญหาจะปราศจากความเกี่ยวข้องกัน แต่ว่าสิ่งที่วิกฤติโควิด-19 กับปัญหาโลกร้อนคล้ายกันเป็นอุปสรรคที่มีความสำคัญสุดยอดที่สร้างผลพวงไปทุกประเทศ

 

รวมทั้งข้อแตกต่างกันหมายถึงเหตุการณ์โควิด-19 เกิดวิกฤติก่อนแล้วมนุษย์ก็เลยหาวิธีการคุ้มครองป้องกัน เวลาที่ปัญหาโลกร้อน มนุษย์สามารถคุ้มครองปกป้องไม่ให้เกิดวิกฤติได้ นั้นเป็น ลดการปล่อยแก๊สเรือนกระจก เนื่องจากว่าตั้งแต่เกิดวิกฤติโควิด-19 สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติดียิ่งขึ้นอย่างชัดเจน เพราะเหตุว่ามนุษย์หยุดทำกิจกรรมจากมาตรการกักบริเวณ แล้วก็เว้นระยะห่างด้านสังคม ก็เลยลดจำนวนก๊าสคาร์บอนจากเชื้อเพลิงฟอสซิลลงอย่างเร็วในตอนการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จากหยุดเดินทาง คาดหมายว่าสามารถลดการปลดปล่อยก๊าสปรากฏการณ์เรือนกระจกลงได้ถึง 5%

 

รศ.ดร.สุชนา กล่าวเพราะ นอกจากนั้นมนุษย์ยังหยุดทำกิจกรรมที่ทำลายสภาพแวดล้อมไม่ทิ้งขยะลงทะเล หรือ แม่น้ำลำคลองก็เลยทำให้เดี๋ยวนี้มหาสมุทรหรือแม่น้ำลำคลองต่างๆสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติสัตว์ รวมทั้งพืช ได้รับการบูรณะด้วยเหตุว่าสามารถเติบโตก้าวหน้าตามธรรมชาติ ไม่เหมือนกับก่อนเหตุการณ์โควิด-19 ด้วยเหตุนั้นเหตุการณ์วัววิด-19 ในคราวนี้ ย้ำเตือนว่าเมื่อกำเนิดวิกฤติถึงก็เลยมาหาทางคุ้มครองด้วยการคิดค้นวัคซีนคุ้มครองปกป้องเชื้อไวรัส แม้กระนั้นสำหรับปัญหาโลกร้อนไม่มีวัคซีนจำพวกอะไรก็แล้วแต่คุ้มครองป้องกัน หรือ รักษาได้ทางแก้ปัญหามีวิถีทางเดียวเป็นมนุษยชาติจำเป็นต้องช่วยเหลือกันป้องกันไม่สร้างผลพวงด้วยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศต้นสายปลายเหตุสำคัญที่ส่งผลให้เกิดวิกฤติทรัพยากรธรรมชาติแล้วก็สภาพแวดล้อมจะต้องถูกทำลาย

 

 

ที่มา.. thairath

เอแบค ประกาศคืนค่าเทอม ในภาคการศึกษาที่ 2 และภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2562

มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เอแบค ประกาศคืนค่าเทอม ในภาคการศึกษาที่ 2 และก็ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2562 ช่วยนิสิตบรรเทาความลำบากจากโควิด-19

 

ประกาศมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เรื่องมาตรการบรรเทาความลำบาก เพราะว่าผลพวงจากเหตุการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 โดยไตร่ตรองรวมทั้งกำหนดมาตรการเพื่อทุเลาความลำบากของผู้ดูแลรวมทั้งนิสิต ดังต่อไปนี้

 

1. คืนเงินค่าบำรุงรักษาการศึกษาเล่าเรียนแก่นักศึกษาระดับปริญญาตรี คนที่ไม่ได้รับทุนเล่าเรียนจากมหาวิทยาลัยร้อยละ 25 ในภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2562 แล้วก็ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2562

 

2. การคืนเงินค่าบำรุงรักษาการเล่าเรียน ตามข้อ 1 ถ้าเป็นนิสิตที่ยังไม่สำเร็จการศึกษา จะคืนเงินเป็นเงินโอนเครดิต เพื่อใช้เป็นการชำระเงินค่าลงทะเบียนของนิสิตในภาคการศึกษาต่อไป

 

สำหรับมาตรการเพื่อบรรเทาความลำบากในภาคการศึกษาต่อไป มหาวิทยาลัยจะประเมินเหตุการณ์และก็ประกาศให้รู้ถัดไป

 

 

ที่มา.. thairath

ไฟไหม้ร้านสัตว์เลี้ยงที่บุรีรัมย์ ประชาชนช่วยพาสุนัขแมว 16 ตัวหนีรอดหมด

เกิดเหตุ ไฟไหม้ร้านสัตว์เลี้ยงที่บุรีรัมย์ พนง.แล้วก็คนภายในร้านค้าหนีออกมาทัน ก่อนขอประชาชนช่วยพาสุนัขแมวที่ติดในร้านออกมาได้ทั้งหมดโดยสวัสดิภาพ เบื้องต้นคาดว่าไฟฟ้าลัดวงจร

 

เมื่อช่วงเวลาเย็นวานนี้ (21 เม.ย.63) พ.ต.ต.เอกพงษ์ เดชพรมรัมย์ สารวัตร (สอบปากคำ) สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้รับแจ้งมีเหตุ ไฟไหม้ร้านสัตว์เลี้ยงที่บุรีรัมย์ ใกล้กับตะวันแดง ก็เลยประสานรถดับเพลิงเทศบาลเมือง รวมทั้งใกล้เคียงเข้าไปช่วยระงับไฟ

 

จุดเกิดเหตุเป็นร้านค้าขายอาหารสัตว์แล้วก็ตรวจโรคสัตว์ชื่อ “ด็อกพีช” เลขที่ 39/2-3 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นตึกการค้าขายสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ ไฟได้ลุกไหม้อยู่ชั้นสองของตึกอย่างเร็ว เนื่องจากชั้นสองเป็นที่เก็บอาหารสัตว์ประกอบกับชั้นสององค์ประกอบเป็นไม้ ทำให้ไฟลุกไหม้อย่างเร็ว พนง.แล้วก็คนภายในร้านค้าหนีออกมาทัน ก่อนขอประชาชนช่วยพาสุนัขแมวที่ติดในร้านค้าออกมาได้ทั้งสิ้นโดยสวัสดิภาพ พื้นฐานคาดว่าไฟฟ้าลัดวงจร

 

เมื่อเวลาเย็นวานนี้ (21 เม.ย.63) พันตำรวจตรีเอกพงษ์ เดชพรมรัมย์ สารวัตร (สอบปากคำ) สภ.เมืองจังหวัดบุรีรัมย์ ได้รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้ร้านค้าขายอาหารสัตว์แล้วก็รักษาสัตว์ ถนนหนทางรมย์บุรี ใกล้กับตะวันแดง ก็เลยผสานรถดับเพลิงเทศบาลเมือง และก็ใกล้เคียงเข้าไปช่วยหยุดไฟ

 

จุดเกิดเหตุเป็นร้านค้าขายอาหารสัตว์รวมทั้งรักษาสัตว์ชื่อ “ด็อกพีช” เลขที่ 39/2-3 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นตึกพาณิชย์สองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ ไฟได้ลุกไหม้อยู่ชั้นสองของตึกอย่างเร็ว เนื่องจากชั้นสองเป็นที่เก็บอาหารสัตว์ประกอบกับชั้นสองส่วนประกอบเป็นไม้ ทำให้ไฟลุกไหม้อย่างเร็ว

 

รอบๆด้านล่าง ซึ่งเป็นห้องตรวจโรคสัตว์แล้วก็ที่เก็บแม่พันธุ์หมาแล้วก็แม่พันธุ์แมว ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ต่างเข้าไปช่วยขนแม่พันธุ์หมารวมทั้งแมว ที่ติดอยู่ในร้านค้าออกมาจากร้านค้าอย่างโกลาหล และก็สามารถขนออกมาได้อย่างปลอดภัยทั้งปวง ท่ามกลางรูปแบบการทำงานของเจ้าหน้าที่ ที่รีบระดมฉีดน้ำดับไฟชั้น 2 กันอย่างเร่งด่วน ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมงก็เลยสามารถควบคุมไฟไว้ได้

 

นางสาวกุลนิสร เข้มทอง อายุ 32 ปี พนักงานดูแลร้าน เล่าว่า ตอนเกิดเหตุตนอยู่กับบุคลากรร่วมกันอีก 3 คน รวมทั้งสามีเถ้าแก่และก็ลูกชาย 1 คนรวม 5 ผู้ที่อยู่ในร้านค้า ได้ยินเสียงเปรี๊ยะอยู่บนชั้นสองหลายที แล้วต่อจากนั้นกระแสไฟฟ้าในบ้านก็ดับ ก็เลยวิ่งไปสับเบรกเกอร์ลง แล้วไปปีนขึ้นบันไดเพื่อจะไปดูสาเหตุของเสียง แม้กระนั้นพบว่ามีกลุ่มควันกำลังพุ่งออกมา ก็เลยแจ้งให้สามีเถ้าแก่รู้ แล้วต่อจากนั้นได้รีบคว้าเอาลูกชายวัย 5 ขวบที่อยู่ข้างในร้านค้าออกมาก่อน แต่ว่ายังเหลือแม่พันธุ์หมา ปริมาณ 14 ตัวแล้วก็แม่พันธุ์แมวอีก 2 ตัว อยู่ด้านในร้านค้า ก็เลยขอให้ผู้เห็นเหตุช่วยขนหมาออกมา จนถึงขนออกมาได้โดยสวัสดิภาพทั้งผอง

 

ด้าน พ.ต.อ ธนพัฒณ์ กาจญจนอัครเดช อายุ 73 ปี อดีตข้าราชการตำรวจ สามีเจ้าของร้าน บอกว่า รอบๆชั้นสองจะเป็นที่เก็บผลิตภัณฑ์เป็นอาหารสัตว์และก็เครื่องใช้ไม้สอยต่างๆภายหลังบุคลากรแจ้งว่ามีไฟไหม้ ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาช่วยเหลือโดยทันที โชคดีที่ไฟไม่ไหม้ร้านค้าทั้งปวง รวมทั้งลุกลามไปถึงร้านค้าข้างๆด้วย ส่วนความเสื่อมโทรมยังไม่อาจจะประเมินได้ เรื่องคราวนี้คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นจากไฟฟ้าลัดวงจร.

 

 

ที่มา.. thairath

ทั่วทั้งโลกสรรเสริญผู้นำนิวซีแลนด์ พาประเทศพ้นวิกฤติโควิด

นิวซีแลนด์ เตรียมเปิดประเทศ สื่อต่างประเทศยกเครดิตให้ จาซินดา อาร์เดิร์น นายกฯนิวซีแลนด์ ที่ให้ความใส่ใจต่อสุขภาพของประชาชนมาก่อนเศรษฐกิจ

 

วิกฤติโควิด-19 ที่กลายเป็นบททดสอบสุดหินสำหรับหัวหน้าทั่วโลกยังคงไม่จบง่ายๆแต่ว่าสำหรับนางจาซินดา อาร์เดิร์น ผู้นำหญิงจาก นิวซีแลนด์ วัย 39 ปี กำลังเขียนบทสรุปข้อสอบในครั้งนี้ และก็จัดเตรียมนำประชาชนของเธอกลับสู่การใช้ชีวิตในแบบที่พวกเขาเคยเป็น

 

เมื่อเดือนที่ผ่านมานิวซีแลนด์ได้บังคับใช้มาตรการปิดประเทศที่เรียกได้ว่าเคร่งครัดที่สุดในโลก ทำให้คนที่เดินทางเข้าประเทศนิวซีแลนด์ทุกคนจำต้องกักบริเวณ 14 วัน ก่อนจะประกาศล็อกดาวน์ประเทศ ซึ่งการเคลื่อนไหวอย่างเร็ว แล้วก็ตั้งใจจริง ทำให้การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ชะลอลงอย่างชัดเจน

 

การที่นิวซีแลนด์เป็นเกาะและไม่มีชายแดนติดประเทศอะไรก็แล้วแต่นับว่าเป็นผลในด้านดีต่อการควบคุมการแพร่ระบาด แม้กระนั้นก็ไม่สามารถที่จะไม่ยอมรับได้ว่าใจความที่เด็ดขาดจากรัฐบาลมีส่วนสำคัญสำหรับการยั้งเชื้อไวรัสมรณะ ตอนที่ประเทศต่างๆได้ทำสงครามสู้โควิด-19 ด้วยทีท่าแข็งกระด้าง แม้กระนั้นผู้นำหญิงคนนี้เลือกที่จะส่งข้อความให้ชาวนิวซีแลนด์รวมดวงใจกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเพื่อต่อสู้กับวิกฤติโควิด-19 โดยใช้คำพูดเรียกชาวเมืองนิวซีแลนด์ว่า “กลุ่มที่มี 5 ล้านคนของเรา” ทำให้นักวิชาการกล่าวว่านางอาร์เดิร์น มีวิธีติดต่อสื่อสารกับพลเมืองอย่างเห็นผลผ่านการใช้วาทศิลป ที่แอบแฝงด้วยความแข็งแรงของหัวหน้า สำหรับการปลอบพสกนิกรท่ามกลางเหตุการณ์วิกฤติ พร้อมด้วยชี้แจงเหตุการณ์ด้านสารธาณสุขได้อย่างเข้าใจง่าย กระทั่งทำให้ประชากรเอาอย่างมาตรการของเมืองอย่างมาก

 

ภายหลังประกาศล็อกดาวน์ นางอาร์เดิร์น ได้ไลฟ์สดในเฟซบุ๊กพูดคุยและก็ตอบปัญหาของสามัญชน ทำให้คุณมีภาพลักษณ์ที่เข้าถึงง่าย มันยังไม่ใช่แค่นี้คุณประกาศหักเงินของตัวเอง รวมถึงรัฐมนตรีที่ครอบครองตำแหน่งในรัฐบาลตอนนี้ 20 เปอร์เซ็นต์ ตรงเวลา 6 เดือนภายหลังจากนี้ เพื่อตอนประคองเศรษฐกิจที่ได้รับผลพวงจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

 

แม้ว่าทางการนิวซีแลนด์จะได้รับคำชมเชย แม้กระนั้นก็มีเสียงจากนักข่าวที่วิภาควิจารณ์การประกาศการณ์โควิด-19 ของนิวซีแลนด์ ที่ไม่ให้เวลาถามคำถามหรือให้ความแจ่มกระจ่างของของข้อมูลซักเท่าไหร่ นอกเหนือจากนี้ยังปราศจากความแน่ชัดเกี่ยวกับแหล่งแพร่ระบาดในประเทศ ทำให้นิวซีแลนด์มีเคสโควิด-19 ถึง 230 เคส ที่ไม่อาจจะกำหนดที่มาได้ ทำให้ถูกตั้งข้อซักถามถึงความโล่งใสของข้อมูล

 

นิวซีแลนด์เตรียมผ่อนผันมาตรการล็อกดาวน์ในประเทศในวันที่ 27 ม.ย. และก็จะลดระดับการแจ้งเตือนเป็นระดับ 3 จากทั้งปวง 4 ระดับ โดยเจอคนเจ็บรวมทั่วทั้งประเทศ 1,440 ราย แล้วก็เสียชีวิต 12 ศพ

 

นางอาเดิร์น เปิดเผยว่า หากแม้จำนวนคนตายในนิวซีแลนด์จัดว่าน้อยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ”แม้กระนั้นพวกเราจะต้องไม่ลืมว่าทุกคนบางทีอาจเป็นคุณบิดา คุณแม่ ญาติพี่น้อง หรือเพื่อนเกลอของใครซักคน รวมทั้งเป็นคนที่พวกเราร่วมมือกันเพื่อคุ้มครองป้องกันแล้วก็ช่วยเหลือ” ซึ่งใจความที่บ่งบอกถึงถึงความรู้ความเข้าใจรวมทั้งเป็นที่พึ่งพิงของคนภายในประเทศ บวกกับการให้ความเอาใจใส่ต่อร่างกายของสามัญชนมาเป็นลำดับแรกๆได้ส่งให้ผู้นำหญิงคนนี้ได้รับการชื่นชมสำหรับเพื่อการต่อสู้กับวิกฤติโรคระบาดมรณะ

 

 

ที่มา.. thairath

ประกันสังคม ทยอยจ่ายเงินเยียวยา กลุ่มคนว่างงานจาก “โควิด-19” ลอตแรกแล้ว

ประกันสังคม ทยอยจ่ายเงินเยียวยา กลุ่มคนว่างงานจาก โควิด-19

 

สำนักงาน ประกันสังคม เริ่มทยอยจ่ายเงินเยียวยาผู้ไม่มีงานทำ จากวิกฤติ โควิด-19 ลอตแรกแล้ว 8 พันคน จากที่ยื่นใช้สิทธิ 8 แสนคน

 

วันที่ 20 เม.ย. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กระทรวงแรงงาน ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการแรงงาน แล้วก็นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สำนักงานประกันสังคม) แถลงความก้าวหน้าการจ่ายเงินตอบแทนกรณีตกงานเนื่องจากว่าเหตุสุดวิสัย ว่า ภายหลังจากได้ลงนามในกฎกระทรวง แล้วก็ประกาศในราชกิจจานุเบกษากรณีการได้รับคุณประโยชน์ชดเชยในกรณีไม่มีงานทำ

 

เนื่องมาจากเหตุสุดวิสัยอันมีสาเหตุจากโรคระบาดติดต่ออันตรายโดยชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ พุทธศักราช2563 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ได้มีการประเมินว่ามีลูกจ้างผู้ประกันตนอยู่ในข่ายได้รับสิทธิ 11 ล้านคน แม้กระนั้นปริมาณตามที่เป็นจริงจะได้สิทธิกี่คน จะต้องรอคอยประเมินในอีก 1-2 อาทิตย์ แล้วจึงจะมีความกระจ่างแจ้งว่าจะต้องใช้เงินกับคนกี่คน บางทีอาจจะจำเป็นต้องใช้กับคน 2-4 ล้านคน หรือเท่าไรยังไม่มีผู้ใดทราบ ขึ้นกับเศรษฐกิจด้วย โดยวันนี้เป็นวันแรกที่ทยอยชำระเงินลอตแรก ให้กับผู้เอาประกันตน 8 พันราย

 

นายทศพล บอกว่า เวลานี้มีผู้เอาประกันตนมาตรา 33 ขอใช้สิทธิไม่มีงานทำกว่า 8 แสนราย พิจารณาสิทธิผ่านแล้วกว่า 4 แสนคน อีก 4 แสนคน ยังรอนายว่าจ้างแจ้งรับประกันสิทธิ สำนักงานประกันสังคมได้ระดมข้าราชการจากทุกส่วนงานมาช่วยจัดการ เพื่อผู้เอาประกันตนที่อยู่ในข่ายได้รับสิทธิสามารถได้รับรายได้อย่างเร็ว แล้วก็ขอให้ผู้ว่าจ้างหรือผู้ประกอบกิจการยืนยันการเป็นผู้รับจ้างและก็การหยุดธุรกิจ เพื่อนำข้อมูลมาประกอบกิจการตรึกตรองให้เร็วขึ้น

 

ดังนี้ ได้โอนเงินวันแรก 8 พันคน รวมทั้งจะทยอยจ่ายให้ผู้ที่ผ่านการไตร่ตรอง ซึ่งควรจะเป็นผู้เอาประกันตน ตามมาตรา 33 ที่ยังผิดเลิกว่าจ้าง หรือยังไม่ลาออก แม้กระนั้นมิได้รับค่าแรงงาน ด้วยเหตุว่านายหยุดธุรกิจการค้าตามคำสั่งเมือง หรือหยุดกิจการค้าเอง ส่วนกรณีถูกลดวันทำงานรวมทั้งจ่ายค่าจ้างครึ่งเดียวจะมิได้รับสิทธิ เมื่อวิเคราะห์คุณลักษณะแล้วกระจ่างให้ผู้เอาประกันตนรู้แม้มิได้รับสิทธิสามารถอุทรณ์ได้ใน 30 วัน

 

ช่วงเวลาที่ สำนักงานประกันสังคม ได้เตรียมตัวสำหรับในการชำระเงินสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้เอาประกันตนทุกคน ในตอนนี้เงินกองทุนประกันสังคมในส่วนของกรณีไม่มีงานทำมีอยู่ 1.6 แสนล้านบาท ได้จัดแจงสภาพคล่อง พร้อมชำระเงินให้ผู้ประกันตนได้เมื่อตรวจตราสิทธิ์เป็นระเบียบ

 

อย่างไรก็ดี คณะรัฐมนตรียังได้ลงความเห็นให้กระทรวงแรงงาน เตรียมตัวทำแนวทางเงินเพื่อรองรับในเรื่องที่มีคนขอรับสิทธิประโยชน์ในกรณีไม่มีงานทำจำนวนไม่ใช่น้อย ส่วนในกรณีที่ผู้เอาประกันตนเรียกร้องให้ชำระเงินเงินบำนาญชราภาพก่อนถึงอายุ 55 ปี ตนรู้เรื่องผู้ประกันตนมีความลำบากตรากตรำสำหรับการดำรงชีพ รวมทั้งอยากได้ในสิ่งที่ได้สะสมไว้ออกมาแก้ไข แม้กระนั้นขอให้ความมั่นใจและความเชื่อมั่นว่าเงินทุกบาทจะยังคงอยู่ระบบรวมทั้งเป็นของผู้เอาประกันตน.

 

 

ที่มา.. thairath

หนุ่มวิศวะลงแดงดับคาหอพัก หลังห้ามขายเหล้าจนต้องหักดิบเลิกเหล้า

หนุ่มวิศวะลงแดงดับคาหอพัก เพราะว่าวิกฤติโควิด-19 เสียชีวิตคาหอพัก คาดสาเหตุเพราะว่าลงแดง เนื่องจากว่าเป็นคนดื่มสุราหนัก แต่ว่าไม่สามารถหาเหล้ามาดื่มได้เพราะมีคำสั่งห้ามขาย

เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 18 เม.ย. 2563 ร้อยตำรวจเอกสหรัฐ เทียมไท รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางพลี ได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตด้านในหอพักที่ 108 ของอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งใน ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จ.สมุทรปราการ ก็เลยพร้อมทั้งข้างสืบสาวแล้วก็หมอเวร โรงพยาบาลบางพลี รวมทั้งเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูรุดไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ

จุดเกิดเหตุพบ นายวิทยา นนทวีชัย อายุ 33 ปี ชาว อำเภอหนองหาน จ.อุดรธานี เคยดำรงชีพวิศวกรไฟฟ้า นอนหงายเสียชีวิตข้างที่พักผ่อน ตำรวจตรวจสอบข้างในหอพักไม่เจอร่องรอยการต่อสู้หรือถูกทำร้ายอะไร พบเพียงกองเลือดและก็รอยคราบเลือดมากมายทั้งยังตามพื้นของห้อง บนที่พักผ่อน ในส้วม นอกเหนือจากนี้ยังเจอขวดเหล้าขาววางข้างกายปริมาณ 2 ขวดข้างในห้องเช่า

จากการสอบถามเพื่อนฝูงข้างห้องรู้ว่า คนตายมาเช่าห้องที่นี้ได้โดยประมาณ 2 เดือน โดยอาศัยอยู่คนเดียว รวมทั้งเคยดำเนินการเป็นวิศวกรไฟฟ้าในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง จวบจนกระทั่งกำเนิดวิกฤติโควิด ทางโรงงานได้หยุดประกอบกิจการไป ทำให้จะต้องว่างงาน ก่อนหน้าที่ผ่านมาเคยได้เห็นคนตายถูกใจนั่งดื่มสุราที่หน้าห้องเช่าอยู่เป็นประจำ รวมทั้งดื่มทีละหลายขวด ถัดมาพอเพียงมีคำสั่งประกาศห้ามขายเหล้าทำให้คนตายไม่อาจจะหาซื้อเหล้ามาดื่มได้ จนถึงเพื่อนบ้านกลับมามองเห็นผิดสังเกตที่ธรรมดาจะมองเห็นคนตายออกมานั่งพักผ่อนที่หน้าห้องเช่ารวมทั้งรอทักสหายๆแต่ว่ามาวันนี้ไม่เห็นก็เลยไปเคาะห้องเรียก แม้กระนั้นไม่มีเสียงตอบออกมา ทั้งได้กลิ่นเหม็นเหมือนเลือดก็เลยไปแงะบานเกล็ดเพื่อโผล่มองด้านในห้องก็ถึงกับผงะ พบว่านอนเสียชีวิตโดยมีเลือดเยอะมาก ก็เลยรีบแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจทาน

ร้อยตำรวจเอกสหรัฐ เทียมไท รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางพลี สันนิษฐานพื้นฐานว่า มูลเหตุการตายอาจมาจากปัจจัยต้องการดื่มสุราจนกระทั่งกำเนิดอาการลงแดงจนกระทั่งทำให้คนเสียชีวิตอ้วกจนกระทั่งเป็นเลือดบ่อยครั้ง เนื่องมาจากมีรอยคราบเลือดที่อ่างล้างมือในห้องอาบน้ำแล้วก็บนที่พักผ่อน ทั้งยังจากการสอบถามเพื่อนข้างห้องรู้ว่าที่ผ่านมาคนเสียชีวิตมักชอบดื่มสุราอย่างมากกระทั่งมีการห้ามขายเหล้าออกมาก็เลยทำให้หาซื้อมิได้จนกระทั่งลงแดงเสียชีวิตดังที่กล่าวถึงแล้ว ก็เลยได้มอบร่างผู้ตายส่งไปพิสูจน์หาปัจจัยการตายที่จริงจริงยัง โรงพยาบาลรามาธิบดีบางพลี รวมทั้งผสานติดตามแจ้งพี่น้องให้รู้ถัดไป.

 

ที่มา.. thairath