หนุ่มซิ่งจยย หนีด่านเคอร์ฟิว

หนุ่มซิ่งจยย หนีด่านเคอร์ฟิว เลี้ยวรถยนต์หนีเข้าไปหนองน้ำแล้วกระโจนลงบ่อหวังหนีตำรวจ เกิดเป็นตะคิว เจ้าหน้าที่พยายามยื่นไม้ให้เกาะ ก่อนกระโดดลงไปช่วย แม้กระนั้นไม่ทันเกิดจมน้ำเสียชีวิต ก็เลยแจ้งช่วยเหลือมาช่วยงมร่างขึ้นมา

เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 15 เม.ย.63 เกิดเหตุชายคนขับรถจักรยานยนต์หนีด่านตรวจตำรวจ สภ.หาดใหญ่ ขณะตั้งด่านตรวจในตอนเคอร์ฟิว บนถนนสายพลพิชัย เส้นทางเลี่ยงเมืองหาดใหญ่-บ้านพรุ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ และก็ตอนเกิดเหตุตำรวจกำลังเลิกด่านตรวจพอดิบพอดี โดยชายผู้นี้ได้เลี้ยวรถยนต์ย้อนกลับไป แล้วก็ขับหลบซ่อนเข้าไปข้างในรอบๆบ่อทิ้งขี้ตะกอนของการประปาส่วนภูมิภาคหาดใหญ่ซึ่งอยู่ห่างจากด่านตรวจราวๆ 500 เมตร

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงเจอมอเตอร์ไซค์ ฮอนด้าสกู๊ปปี้ สีดำ หมายเลขทะเบียน 1 กข 7689 สงขลา ล้มอยู่บนถนนขอบบ่อทิ้งขี้ตะกอน ส่วนชายคนที่ใครๆก็รู้จักกล่าวนี้ได้กระโจนหนีลงไปในบ่อในภาวะที่ยังใส่หมวกกันน็อก รวมทั้งอุตสาหะว่ายหนีตำรวจแม้กระนั้นครู่หนึ่งเกิดเป็นตะคิว ตำรวจพยายามยื่นไม้ลงไปให้จับแม้กระนั้นก็คว้ามิได้ ท้ายที่สุดตำรวจก็เลยกระโจนน้ำลงไปในบ่อและก็ว่ายไปช่วย แม้กระนั้นไม่ทัน ได้จมน้ำหายไปในบ่อซึ่งมีความลึกกว่า 3 เมตร แล้วต่อจากนั้นก็เลยได้แจ้งหน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคีลงไปค้นหาร่างขึ้นมา

ร้อยตำรวจเอกภีระพัฒน์ แก้วดำ รอง สว.ไต่สวน สภ.หาดใหญ่ และพันตำรวจเอกอภิชาติ วรรณโก ผกก.สภ.หาดใหญ่ พันตำรวจโทมาชา แก้วทอง รอง ผกก.ป. ก็เลยไปวิเคราะห์จุดเกิดเหตุ เจอผู้ตายเป็นชายอายุโดยประมาณ 25-30 ปี ใส่เสื้อยืดสีแดง กางเกงสามส่วนสีดำ แต่ว่าในตัวไม่เจอหลักฐานบอกว่าเป็นคนใด มีเพียงแต่เงินสด 40 บาท นาฬิกาสำหรับใส่ข้อมือ โทรศัพท์เคลื่อนที่ กุญแจรถยนต์ รวมทั้งหน้ากากที่อยู่ในกระเป๋ากางเกง ที่แผ่นหลังหน้าอก แขนมีรอยสัก และก็ที่ท้องมีร่องรอยของการผ่าตัด

จากการตรวจทานผู้ครอบครองรถยนต์คันนี้ก็ไม่ใช่คนตาย ตำรวจก็เลยได้ส่งศพไปพิสูจน์ที่โรงพยาบาลหาดใหญ่อีกรอบว่ามีสิ่งเสพติดอยู่ภายในร่างกายหรือเปล่ารวมทั้งจะรีบหาร่องรอยว่าคนเสียชีวิตเป็นคนใด

ส่วนที่มาของการขับรถยนต์หนีด่านตรวจเป็นได้ว่าบางครั้งก็อาจจะตื่นกลัวตำรวจในตอนที่มีการตั้งด่านตรวจเคอร์ฟิว และก็อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีของผิดกฎหมาย หรือสิ่งเสพติดอยู่ในตัว หรือเสพยามาก็เลยตื่นกลัว และก็ขับขี่รถหนีในที่สุดก็มาเสียชีวิตดังที่กล่าวมาข้างต้น.

 

แหล่งที่มา.. thairath

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *