ชี้วิกฤติโควิด

อ.จุฬาฯ ชี้วิกฤติโควิด พลิกแก้ไขปัญหาโลกร้อนได้ดี เหตุเพราะมนุษย์หยุดปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากการหยุดทำกิจกรรมทำลายสภาพแวดล้อม นับว่าเป็นดัชนีสอนมนุษย์ควรจะเปลี่ยนแปลงแนวทางคิด ‘ป้องกันก่อนวิกฤติ’

 

ช่วงวันที่ 24 เม.ย.63 รศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ อาจารย์ประจำสาขาวิชา วิทยาศาสตร์ทางทะเล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวมาว่าจากเหตุการณ์เชื้อไวรัสโคโรนาสายจำพวกใหม่ หรือ โควิด-19 ทำให้มนุษย์ได้รับบทเรียนสำหรับเพื่อการขจัดปัญหาโลกร้อน หากแม้ทั้งคู่ปัญหาจะปราศจากความเกี่ยวข้องกัน แต่ว่าสิ่งที่วิกฤติโควิด-19 กับปัญหาโลกร้อนคล้ายกันเป็นอุปสรรคที่มีความสำคัญสุดยอดที่สร้างผลพวงไปทุกประเทศ

 

รวมทั้งข้อแตกต่างกันหมายถึงเหตุการณ์โควิด-19 เกิดวิกฤติก่อนแล้วมนุษย์ก็เลยหาวิธีการคุ้มครองป้องกัน เวลาที่ปัญหาโลกร้อน มนุษย์สามารถคุ้มครองปกป้องไม่ให้เกิดวิกฤติได้ นั้นเป็น ลดการปล่อยแก๊สเรือนกระจก เนื่องจากว่าตั้งแต่เกิดวิกฤติโควิด-19 สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติดียิ่งขึ้นอย่างชัดเจน เพราะเหตุว่ามนุษย์หยุดทำกิจกรรมจากมาตรการกักบริเวณ แล้วก็เว้นระยะห่างด้านสังคม ก็เลยลดจำนวนก๊าสคาร์บอนจากเชื้อเพลิงฟอสซิลลงอย่างเร็วในตอนการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จากหยุดเดินทาง คาดหมายว่าสามารถลดการปลดปล่อยก๊าสปรากฏการณ์เรือนกระจกลงได้ถึง 5%

 

รศ.ดร.สุชนา กล่าวเพราะ นอกจากนั้นมนุษย์ยังหยุดทำกิจกรรมที่ทำลายสภาพแวดล้อมไม่ทิ้งขยะลงทะเล หรือ แม่น้ำลำคลองก็เลยทำให้เดี๋ยวนี้มหาสมุทรหรือแม่น้ำลำคลองต่างๆสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติสัตว์ รวมทั้งพืช ได้รับการบูรณะด้วยเหตุว่าสามารถเติบโตก้าวหน้าตามธรรมชาติ ไม่เหมือนกับก่อนเหตุการณ์โควิด-19 ด้วยเหตุนั้นเหตุการณ์วัววิด-19 ในคราวนี้ ย้ำเตือนว่าเมื่อกำเนิดวิกฤติถึงก็เลยมาหาทางคุ้มครองด้วยการคิดค้นวัคซีนคุ้มครองปกป้องเชื้อไวรัส แม้กระนั้นสำหรับปัญหาโลกร้อนไม่มีวัคซีนจำพวกอะไรก็แล้วแต่คุ้มครองป้องกัน หรือ รักษาได้ทางแก้ปัญหามีวิถีทางเดียวเป็นมนุษยชาติจำเป็นต้องช่วยเหลือกันป้องกันไม่สร้างผลพวงด้วยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศต้นสายปลายเหตุสำคัญที่ส่งผลให้เกิดวิกฤติทรัพยากรธรรมชาติแล้วก็สภาพแวดล้อมจะต้องถูกทำลาย

 

 

ที่มา.. thairath

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *