โรงพยาบาลกระบี่ ยันศพสาวใส่ถุงซิปล็อกส่งเครือญาติฝังตามหลักศาสนา ไม่ติดโควิด-19

โรงพยาบาลกระบี่ ชี้แจง กระทั่งถึงศพสาวใส่ถุงที่เป็นแบบซิปล็อก ส่งคืนให้พี่น้องไปประกอบพิธีฝังตามอิสลาม มิได้ติดโรคเจ็บป่วยโควิด-19 เพียงแค่คุ้มครองป้องกันไว้ก่อนระหว่างรอคอยผลตรวจ วอนอย่าวิตกกังวลกลัว

นักข่าวรายงานจาก จังหวัดกระบี่ ตอนวันที่ 6 เม.ย. กรณีมีข่าวสารปรากฏทางสื่อรวมทั้งโลกโซเชียลในพื้นที่ จังหวัดกระบี่ ว่ามีคนป่วยเป็นหญิงสาวเป็นนางสุไรต๊ะ (รักษาชื่อสกุล) อายุ 42 ปี ราษฎร กลุ่ม 7 ตำบลหนองสมุทร อำเภอเมืองกระบี่ เสียชีวิตด้วยอาการปอดอักเสบ ขณะไปรับการดูแลและรักษาตัวที่ โรงพยาบาลกระบี่ ช่วงวันที่ 3 เม.ย.ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา แล้วหลังจากนั้นทาง โรงพยาบาลนำศพหญิงสาวรายดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วใส่ถุงแบบซิปล็อกส่งคืนให้เครือญาติไปประกอบพิธีฝังตามศาสนา ในพื้นที่บ้านเขากลม กลุ่ม 7 ตำบลหนองสมุทร อำเภอเมืองกระบี่ สร้างความตื่นตระหนกระแวงให้กับประชาชนในพื้นที่ว่าบางทีก็อาจจะเป็นคนไข้ติดโรคเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้วเสียชีวิตนั้น

ปัจจุบันนักข่าวตรวจทานหัวข้อนี้ไปที่ นพ.สุวจนะ ภูเขาเก้าล้วน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกระบี่ ว่าเรื่องราวดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นมีที่ไปที่มาเช่นไร ทราบดีว่าหญิงสาวรายดังที่กล่าวผ่านมาแล้วเข้ามารับการดูแลและรักษาลักษณะการป่วยปอดอักเสบ เมื่อเวลาดึกวันที่ 3 เม.ย.ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา โดยคนป่วยมีลักษณะอาการหนักมาจากบ้านแล้ว ทางกลุ่มหมอก็เลยนำเข้ารับการดูแลรักษาในห้องห้องดูแลผู้ป่วยหนักในโรงพยาบาล

แต่ว่าคนเจ็บเสียชีวิตเมื่อตอนเช้าวันที่ 4 เม.ย.ก่อนหน้าที่ผ่านมา ตอนนั้นทาง โรงพยาบาลยังไม่สามารถที่จะรับรองได้ว่าผู้เจ็บป่วยรายดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วมีลักษณะอาการติดโรคจากเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือเปล่า ก็เลยปฏิบัติงานบรรจุศพในถุงแบบซิปล็อกระหว่างรอคอยผลตรวจค้นเชื้อตามมาตรการคุ้มครองปกป้องเพื่อคุ้มครองไว้ก่อน แล้วก็เลยส่งตัวอย่างเลือดไปตรวจค้นเชื้อ ผลของการตรวจรับรองมาแล้วว่าปลอดเชื้อโรคเชื้อไวรัสวัวโรทุ่งนา 2019 หรือโควิด-19

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกระบี่ กล่าวว่ากล่าว ในเหตุการณ์การแพร่ระบาด ไม่ต้องการให้ประชากรตระหนกตกใจกับข่าวโคมลอยที่ออกมา ทาง โรงพยาบาลมีกรรมวิธีตรวจที่เป็นไปตามมาตรฐานของสาธารณสุข และก็ต้องการอ้อนวอนให้สื่อมวลชนตรวจทานข้อมูลก่อนที่จะพรีเซ็นท์ทุกคราว เพื่อไม่สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชน ในขณะนี้ขอให้ทราบข้อมูลที่ได้มาจาก ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่แค่นั้น.

 

แหล่งที่มา.. thairath

เลขาฯ ศาลยุติธรรม เผย ศูนย์ EM ยังดำเนินงานไม่มีทางหยุด ถึงแม้โควิด-19 ระบาด

เลขาฯ ศาลยุติธรรม เผย ศูนย์ EM ยังปฏิบัติการไม่มีทางหยุดแม้โควิด-19 ระบาด ยกฐานะการปกป้องและก็คิดถึงความสงบสุขสังคม ด้านศาลแพ่งมีนบุรี สั่งเลื่อนคดีจัดแจงพิเศษแล้วก็คดีนัดหมายสอบพยานไปก่อน

วันที่ 5 เม.ย. 2563 นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการที่ทำการ ศาลยุติธรรม เผยออกมาว่า ภายใต้การกระทำตามมาตรการเกี่ยวกับการปกป้องคุ้มครองการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 รวมทั้งการบังคับใช้ พระราชกำหนดการจัดการราชการในเหตุการณ์รีบด่วน แต่ว่าในส่วนของการป้องกันสิทธิเสรีภาพพื้นฐานของผู้ต้องหาและก็เชลยซึ่งเป็นไปตามหลักการของ นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา ยังคงปฏิบัติการอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักการทำงานของข้าราชการข้างในศูนย์ควบคุมการใช้แรงงานเครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์สำหรับตรวจทานหรือจำกัดการเดินทางของบุคคลสำหรับการปลดปล่อยชั่วครั้งคราวหรือที่เรียกว่า ศูนย์ EM ยังคงปฏิบัติหน้าที่มอนิเตอร์การใช้แรงงานกำไลติดข้อเท้า EM ดังที่ศาลสั่งให้ติดผู้ต้องหาหรือเชลยโดยไม่มีทางหยุด เพื่อการยกฐานะการป้องกันสิทธิเสรีภาพพื้นฐานของผู้ต้องหาและก็เชลยโดยนึกถึงเหยื่ออาชญากรรมแล้วก็ความสงบสุขของสังคม รวมทั้งลดความแตกต่างสำหรับในการเข้าถึงสิทธิที่กำลังจะได้รับการปลดปล่อยชั่วครั้งชั่วคราวของผู้ต้องหาหรือเชลยที่ไม่มีหลักทรัพย์ประกันตัวให้สามารถดำเนินไปได้โดยตลอด

จากข้อมูลของศูนย์ EMในวันที่ 4 เม.ย. 2563 ศาลทั้งประเทศมีคำบัญชาให้ใช้ EM แก่ผู้ต้องหา/เชลย รวม 3,668 เครื่อง ซึ่งข้าราชการของศูนย์ EM ทำมอนิเตอร์ตลอด 1 วัน ไม่มีทางหยุด เพื่อการจำกัดเขตพื้นที่หรือช่วงการเดินทางให้สมควรต่อผู้ต้องหาหรือเชลยโดยคิดถึงเหยื่ออาชญากรรมหรือผู้เสียหายสำหรับการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีมีคุณภาพสูงสุดถัดไป

ยิ่งไปกว่านี้ นายสราวุธ กล่าวเพิ่มอีกว่า การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ศาลแพ่งมีนบุรี ก็เป็นอีกศาลที่มีคำบัญชาให้เลื่อนคดีจัดแจงพิเศษรวมทั้งคดีนัดหมายสอบพยานสม่ำเสมอออกไปก่อน บางทีอาจจะกระทบทนายความ คู่กรณี แล้วก็สามัญชน ที่มาใช้บริการศาลแพ่งมีนบุรี ซึ่งในส่วนของการจัดการจัดแจงคดีศาลก็ได้พากเพียรไม่ให้เป็นผลกระทบ การรอ หรือการชะงักงันทางคดี โดยเหตุนี้ คู่กรณีสามารถตรวจดูวันนัดหมายตามคำสั่งแจ้งรับรอง วันนัดหมาย หรือขอเปลี่ยนวันนัดหมายได้ ด้านในวันที่ 8 เม.ย. 2563 ส่วนคดีที่นัดหมายฟังคำตัดสิน คำบัญชา หรือคำตัดสิน คู่กรณีไม่จำเป็นต้องเดินทางมาศาล แล้วก็ถ้าอยากใช้สิทธิ์อุทธรณ์หรือศาลฎีกา สามารถยื่นได้ภายในช่วงระยะเวลาที่ข้อบังคับระบุ หรือถามไถ่ข้อมูลอื่นๆ ถึงที่เหมาะเบอร์ 0-2171-4111 ต่อ 1216, 1217, 1513 หรือ 08-9201-0711 หรือเว็บศาลแพ่งมีนบุรี

อย่างไรก็แล้วแต่ คดีศาลแพ่ง เป็นคดีความที่เกี่ยวโยงกับสิทธิประโยชน์ หรือเงินทุน ซึ่งราษฎรอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีความไม่สาบายใจ ฉะนั้น ศาลสนับสนุนใช้ไอทีแบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆหรือ D-Court มาเกื้อหนุนหลักการทำงานของศาล รวมทั้งสร้างความสบายให้กับคู่กรณีในคดี ได้แก่ การใช้ระบบยื่นฟ้องคดีแพ่ง-ส่งปากคำ-เอกสารผ่านระบบ e-Filing ฯลฯ ซึ่งเป็นการให้ความเที่ยงธรรมให้กับสามัญชนอีกต้นแบบ โดยไม่ต้องเดินทางมาศาล.

 

แหล่งที่มา.. thairath

ชายหล้า ภ หลักบุญ นักมวยติดโควิดรายแรก จังหวัดเลย กลับไปอยู่ที่บ้านแล้ว พร้อมกักบริเวณต่อ

ชายหล้า ภ หลักบุญ นักมวยที่ร่วมชกในเวทีลุมพินี ผู้เจ็บป่วยโควิด-19 รายแรกของ จังหวัดเลย หายดีกลับไปอยู่ที่บ้านได้แล้ว นำพวงมาลัยกราบบิดามารดา เพื่อนบ้านตบมือต้อนรับ พร้อมกักบริเวณต่อถึง 18 เม.ย.

วันที่ 3 เม.ย. 63 นายชนาส ชัชวาลวงศ์ รองผู้ว่าราชการเลย และ นายกิตติคุณ ลูกคุณ นายอำเภอเมืองเลย ภาควิชาส่วนราชการ แพทย์ผู้ดูแลรักษา โรงพยาบาลเลย รวมทั้งที่ทำการสาธารณสุขจังหวัดเลย ประชากรจิตอาสา ร่วมเดินทางไปส่งคนป่วยตามแผนการคืนคนดีสู่สังคม โดย จังหวัดเลย ตรวจเจอรวมทั้งรักษารายแรกจนกระทั่งกลับไปอยู่ที่บ้านเป็น ชายหล้า ภ หลักบุญ นักมวยไทย ค่าจ้างเรือนแสน ที่บ้านปากภูเขา กลุ่ม 3 ตำบลเมือง อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย ติดโรคโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ภายหลังจากชกมวยที่เวทีลุมพินี ตอนวันที่ 6 มี.ค. 63 รายการเดียวกับที่ แมทธิว ดีน เป็นพิธีกรสนาม โดยเดินทางถึงหน้าบ้านแล้วก็กักบริเวณเองที่บ้านช่วงวันที่ 9 มี.ค. 63 แล้วหมอตรวจเจอติดเชื้อโรคโควิด-19 แล้วก็เข้ารักษาตัวที่ โรงพยาบาลเลย วันที่ 19 มี.ค. 63 ตลอดระยะเวลาหวานใจษาตัวไม่มีอาการใดๆก็ตาม

ดังนี้ ภายหลังที่หมู่บ้านปากภู ถูกปิดรวมทั้งบรรยากาศที่เงียบมานับเป็นเวลาหลายสัปดาห์แล้ว เมื่อนักมวยรายนี้เดินทางกลับมา พบว่าตลอดทางเดินเข้าบ้านมีสหายๆเพื่อนบ้าน มายืนตบมือให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ซึ่ง ชายหล้า ได้พนมมือขอบพระคุณไปตลอดทาง เมื่อถึงที่บ้านได้นำพวงดอกไม้ดอกมะลิก้มกราบบิดารวมทั้งแม่ ท่ามกลางความปลาบปลื้มยินดีที่ลูกชายกลับสู่บ้านโดยสวัสดิภาพ ดังนี้ ชายหล้า จะกักบริเวณเองต่อที่บ้านไปจนกระทั่งวันที่ 18 เม.ย. 63

 

แหล่งที่มา.. thairath