ภูเก็ต วันนี้ไม่พบยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 วันเดียวคนออกจาก จ. กว่า 4 พัน

ภูเก็ต วันนี้ไม่เจอยอดผู้ติดเชื้อโรคเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่ม ช่วงเวลาที่ผู้บังคับการฯ จังหวัดภูเก็ต เปิดเผย เพียงแค่วันเดียวคนแห่เดินทางออกจากจังหวัดกว่า 4 พัน

 

วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต รายงานว่า เมื่อวันที่ 5 มกราคม – 3 เดือนพฤษภาคม 2563 จังหวัดภูเก็ต มีผู้ติดเชื้อโรครับรองโรคโควิด-19 แล้วปริมาณ 220 ราย

 

วันนี้ไม่เจอผู้ติดโรคยืนยันรายใหม่ ขณะคนไข้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 39 ราย อาการร้ายแรง 1 ราย กลับไปอยู่ที่บ้านแล้ว 179 ราย เสียชีวิต 2 ราย ส่วนผลของการตรวจเชื้อผู้มีลักษณะเข้าเกณฑ์เฝ้าระวัง 9,050 ราย ส่งไปทำการตรวจไม่เจอเชื้อ 8,830 ราย คอยผลตรวจที่โรงหมอ 29 ราย ปริมาณผู้ที่นอนโรงพยาบาล 68 ราย

 

ช่วงเวลาที่ พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวมาว่า ตอนวันที่ 3 เดือนพฤษภาคม ก่อนหน้านี้ มีผู้ประสงค์เดินทางออกจากด่านตรวจจังหวัดภูเก็ต หรือด่านตรวจท่าฉัตรไชย ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง ปริมาณ 4,564 คน มี ผู้ได้รับการงดเว้นตามประกาศ 803 คน

 

ผู้ประสงค์เดินทางกลับถิ่นกำเนิด 3,761 คน โดยในปริมาณนี้ลงทะเบียนออนไลน์ 2,378 คน คิดเป็นจำนวนร้อยละ 60.33 ลงทะเบียนหน้าด่าน 1,383 คน คิดเป็นปริมาณร้อยละ 36.77

 

 

 

ที่มา.. thairath

อ.จุฬาฯ ชี้วิกฤติโควิด พลิกแก้ปัญหาโลกร้อนได้ดี จากการหยุดทำกิจกรรมทำลายสิ่งแวดล้อม

อ.จุฬาฯ ชี้วิกฤติโควิด พลิกแก้ไขปัญหาโลกร้อนได้ดี เหตุเพราะมนุษย์หยุดปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากการหยุดทำกิจกรรมทำลายสภาพแวดล้อม นับว่าเป็นดัชนีสอนมนุษย์ควรจะเปลี่ยนแปลงแนวทางคิด ‘ป้องกันก่อนวิกฤติ’

 

ช่วงวันที่ 24 เม.ย.63 รศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ อาจารย์ประจำสาขาวิชา วิทยาศาสตร์ทางทะเล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวมาว่าจากเหตุการณ์เชื้อไวรัสโคโรนาสายจำพวกใหม่ หรือ โควิด-19 ทำให้มนุษย์ได้รับบทเรียนสำหรับเพื่อการขจัดปัญหาโลกร้อน หากแม้ทั้งคู่ปัญหาจะปราศจากความเกี่ยวข้องกัน แต่ว่าสิ่งที่วิกฤติโควิด-19 กับปัญหาโลกร้อนคล้ายกันเป็นอุปสรรคที่มีความสำคัญสุดยอดที่สร้างผลพวงไปทุกประเทศ

 

รวมทั้งข้อแตกต่างกันหมายถึงเหตุการณ์โควิด-19 เกิดวิกฤติก่อนแล้วมนุษย์ก็เลยหาวิธีการคุ้มครองป้องกัน เวลาที่ปัญหาโลกร้อน มนุษย์สามารถคุ้มครองปกป้องไม่ให้เกิดวิกฤติได้ นั้นเป็น ลดการปล่อยแก๊สเรือนกระจก เนื่องจากว่าตั้งแต่เกิดวิกฤติโควิด-19 สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติดียิ่งขึ้นอย่างชัดเจน เพราะเหตุว่ามนุษย์หยุดทำกิจกรรมจากมาตรการกักบริเวณ แล้วก็เว้นระยะห่างด้านสังคม ก็เลยลดจำนวนก๊าสคาร์บอนจากเชื้อเพลิงฟอสซิลลงอย่างเร็วในตอนการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จากหยุดเดินทาง คาดหมายว่าสามารถลดการปลดปล่อยก๊าสปรากฏการณ์เรือนกระจกลงได้ถึง 5%

 

รศ.ดร.สุชนา กล่าวเพราะ นอกจากนั้นมนุษย์ยังหยุดทำกิจกรรมที่ทำลายสภาพแวดล้อมไม่ทิ้งขยะลงทะเล หรือ แม่น้ำลำคลองก็เลยทำให้เดี๋ยวนี้มหาสมุทรหรือแม่น้ำลำคลองต่างๆสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติสัตว์ รวมทั้งพืช ได้รับการบูรณะด้วยเหตุว่าสามารถเติบโตก้าวหน้าตามธรรมชาติ ไม่เหมือนกับก่อนเหตุการณ์โควิด-19 ด้วยเหตุนั้นเหตุการณ์วัววิด-19 ในคราวนี้ ย้ำเตือนว่าเมื่อกำเนิดวิกฤติถึงก็เลยมาหาทางคุ้มครองด้วยการคิดค้นวัคซีนคุ้มครองปกป้องเชื้อไวรัส แม้กระนั้นสำหรับปัญหาโลกร้อนไม่มีวัคซีนจำพวกอะไรก็แล้วแต่คุ้มครองป้องกัน หรือ รักษาได้ทางแก้ปัญหามีวิถีทางเดียวเป็นมนุษยชาติจำเป็นต้องช่วยเหลือกันป้องกันไม่สร้างผลพวงด้วยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศต้นสายปลายเหตุสำคัญที่ส่งผลให้เกิดวิกฤติทรัพยากรธรรมชาติแล้วก็สภาพแวดล้อมจะต้องถูกทำลาย

 

 

ที่มา.. thairath

เอแบค ประกาศคืนค่าเทอม ในภาคการศึกษาที่ 2 และภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2562

มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เอแบค ประกาศคืนค่าเทอม ในภาคการศึกษาที่ 2 และก็ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2562 ช่วยนิสิตบรรเทาความลำบากจากโควิด-19

 

ประกาศมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เรื่องมาตรการบรรเทาความลำบาก เพราะว่าผลพวงจากเหตุการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 โดยไตร่ตรองรวมทั้งกำหนดมาตรการเพื่อทุเลาความลำบากของผู้ดูแลรวมทั้งนิสิต ดังต่อไปนี้

 

1. คืนเงินค่าบำรุงรักษาการศึกษาเล่าเรียนแก่นักศึกษาระดับปริญญาตรี คนที่ไม่ได้รับทุนเล่าเรียนจากมหาวิทยาลัยร้อยละ 25 ในภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2562 แล้วก็ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2562

 

2. การคืนเงินค่าบำรุงรักษาการเล่าเรียน ตามข้อ 1 ถ้าเป็นนิสิตที่ยังไม่สำเร็จการศึกษา จะคืนเงินเป็นเงินโอนเครดิต เพื่อใช้เป็นการชำระเงินค่าลงทะเบียนของนิสิตในภาคการศึกษาต่อไป

 

สำหรับมาตรการเพื่อบรรเทาความลำบากในภาคการศึกษาต่อไป มหาวิทยาลัยจะประเมินเหตุการณ์และก็ประกาศให้รู้ถัดไป

 

 

ที่มา.. thairath

ทั่วทั้งโลกสรรเสริญผู้นำนิวซีแลนด์ พาประเทศพ้นวิกฤติโควิด

นิวซีแลนด์ เตรียมเปิดประเทศ สื่อต่างประเทศยกเครดิตให้ จาซินดา อาร์เดิร์น นายกฯนิวซีแลนด์ ที่ให้ความใส่ใจต่อสุขภาพของประชาชนมาก่อนเศรษฐกิจ

 

วิกฤติโควิด-19 ที่กลายเป็นบททดสอบสุดหินสำหรับหัวหน้าทั่วโลกยังคงไม่จบง่ายๆแต่ว่าสำหรับนางจาซินดา อาร์เดิร์น ผู้นำหญิงจาก นิวซีแลนด์ วัย 39 ปี กำลังเขียนบทสรุปข้อสอบในครั้งนี้ และก็จัดเตรียมนำประชาชนของเธอกลับสู่การใช้ชีวิตในแบบที่พวกเขาเคยเป็น

 

เมื่อเดือนที่ผ่านมานิวซีแลนด์ได้บังคับใช้มาตรการปิดประเทศที่เรียกได้ว่าเคร่งครัดที่สุดในโลก ทำให้คนที่เดินทางเข้าประเทศนิวซีแลนด์ทุกคนจำต้องกักบริเวณ 14 วัน ก่อนจะประกาศล็อกดาวน์ประเทศ ซึ่งการเคลื่อนไหวอย่างเร็ว แล้วก็ตั้งใจจริง ทำให้การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ชะลอลงอย่างชัดเจน

 

การที่นิวซีแลนด์เป็นเกาะและไม่มีชายแดนติดประเทศอะไรก็แล้วแต่นับว่าเป็นผลในด้านดีต่อการควบคุมการแพร่ระบาด แม้กระนั้นก็ไม่สามารถที่จะไม่ยอมรับได้ว่าใจความที่เด็ดขาดจากรัฐบาลมีส่วนสำคัญสำหรับการยั้งเชื้อไวรัสมรณะ ตอนที่ประเทศต่างๆได้ทำสงครามสู้โควิด-19 ด้วยทีท่าแข็งกระด้าง แม้กระนั้นผู้นำหญิงคนนี้เลือกที่จะส่งข้อความให้ชาวนิวซีแลนด์รวมดวงใจกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเพื่อต่อสู้กับวิกฤติโควิด-19 โดยใช้คำพูดเรียกชาวเมืองนิวซีแลนด์ว่า “กลุ่มที่มี 5 ล้านคนของเรา” ทำให้นักวิชาการกล่าวว่านางอาร์เดิร์น มีวิธีติดต่อสื่อสารกับพลเมืองอย่างเห็นผลผ่านการใช้วาทศิลป ที่แอบแฝงด้วยความแข็งแรงของหัวหน้า สำหรับการปลอบพสกนิกรท่ามกลางเหตุการณ์วิกฤติ พร้อมด้วยชี้แจงเหตุการณ์ด้านสารธาณสุขได้อย่างเข้าใจง่าย กระทั่งทำให้ประชากรเอาอย่างมาตรการของเมืองอย่างมาก

 

ภายหลังประกาศล็อกดาวน์ นางอาร์เดิร์น ได้ไลฟ์สดในเฟซบุ๊กพูดคุยและก็ตอบปัญหาของสามัญชน ทำให้คุณมีภาพลักษณ์ที่เข้าถึงง่าย มันยังไม่ใช่แค่นี้คุณประกาศหักเงินของตัวเอง รวมถึงรัฐมนตรีที่ครอบครองตำแหน่งในรัฐบาลตอนนี้ 20 เปอร์เซ็นต์ ตรงเวลา 6 เดือนภายหลังจากนี้ เพื่อตอนประคองเศรษฐกิจที่ได้รับผลพวงจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

 

แม้ว่าทางการนิวซีแลนด์จะได้รับคำชมเชย แม้กระนั้นก็มีเสียงจากนักข่าวที่วิภาควิจารณ์การประกาศการณ์โควิด-19 ของนิวซีแลนด์ ที่ไม่ให้เวลาถามคำถามหรือให้ความแจ่มกระจ่างของของข้อมูลซักเท่าไหร่ นอกเหนือจากนี้ยังปราศจากความแน่ชัดเกี่ยวกับแหล่งแพร่ระบาดในประเทศ ทำให้นิวซีแลนด์มีเคสโควิด-19 ถึง 230 เคส ที่ไม่อาจจะกำหนดที่มาได้ ทำให้ถูกตั้งข้อซักถามถึงความโล่งใสของข้อมูล

 

นิวซีแลนด์เตรียมผ่อนผันมาตรการล็อกดาวน์ในประเทศในวันที่ 27 ม.ย. และก็จะลดระดับการแจ้งเตือนเป็นระดับ 3 จากทั้งปวง 4 ระดับ โดยเจอคนเจ็บรวมทั่วทั้งประเทศ 1,440 ราย แล้วก็เสียชีวิต 12 ศพ

 

นางอาเดิร์น เปิดเผยว่า หากแม้จำนวนคนตายในนิวซีแลนด์จัดว่าน้อยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ”แม้กระนั้นพวกเราจะต้องไม่ลืมว่าทุกคนบางทีอาจเป็นคุณบิดา คุณแม่ ญาติพี่น้อง หรือเพื่อนเกลอของใครซักคน รวมทั้งเป็นคนที่พวกเราร่วมมือกันเพื่อคุ้มครองป้องกันแล้วก็ช่วยเหลือ” ซึ่งใจความที่บ่งบอกถึงถึงความรู้ความเข้าใจรวมทั้งเป็นที่พึ่งพิงของคนภายในประเทศ บวกกับการให้ความเอาใจใส่ต่อร่างกายของสามัญชนมาเป็นลำดับแรกๆได้ส่งให้ผู้นำหญิงคนนี้ได้รับการชื่นชมสำหรับเพื่อการต่อสู้กับวิกฤติโรคระบาดมรณะ

 

 

ที่มา.. thairath

หนุ่มซิ่งจยย หนีด่านเคอร์ฟิว กระโดดลงหนองน้ำเกิดเป็นตะคิว จมน้ำดับ

หนุ่มซิ่งจยย หนีด่านเคอร์ฟิว เลี้ยวรถยนต์หนีเข้าไปหนองน้ำแล้วกระโจนลงบ่อหวังหนีตำรวจ เกิดเป็นตะคิว เจ้าหน้าที่พยายามยื่นไม้ให้เกาะ ก่อนกระโดดลงไปช่วย แม้กระนั้นไม่ทันเกิดจมน้ำเสียชีวิต ก็เลยแจ้งช่วยเหลือมาช่วยงมร่างขึ้นมา

เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 15 เม.ย.63 เกิดเหตุชายคนขับรถจักรยานยนต์หนีด่านตรวจตำรวจ สภ.หาดใหญ่ ขณะตั้งด่านตรวจในตอนเคอร์ฟิว บนถนนสายพลพิชัย เส้นทางเลี่ยงเมืองหาดใหญ่-บ้านพรุ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ และก็ตอนเกิดเหตุตำรวจกำลังเลิกด่านตรวจพอดิบพอดี โดยชายผู้นี้ได้เลี้ยวรถยนต์ย้อนกลับไป แล้วก็ขับหลบซ่อนเข้าไปข้างในรอบๆบ่อทิ้งขี้ตะกอนของการประปาส่วนภูมิภาคหาดใหญ่ซึ่งอยู่ห่างจากด่านตรวจราวๆ 500 เมตร

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงเจอมอเตอร์ไซค์ ฮอนด้าสกู๊ปปี้ สีดำ หมายเลขทะเบียน 1 กข 7689 สงขลา ล้มอยู่บนถนนขอบบ่อทิ้งขี้ตะกอน ส่วนชายคนที่ใครๆก็รู้จักกล่าวนี้ได้กระโจนหนีลงไปในบ่อในภาวะที่ยังใส่หมวกกันน็อก รวมทั้งอุตสาหะว่ายหนีตำรวจแม้กระนั้นครู่หนึ่งเกิดเป็นตะคิว ตำรวจพยายามยื่นไม้ลงไปให้จับแม้กระนั้นก็คว้ามิได้ ท้ายที่สุดตำรวจก็เลยกระโจนน้ำลงไปในบ่อและก็ว่ายไปช่วย แม้กระนั้นไม่ทัน ได้จมน้ำหายไปในบ่อซึ่งมีความลึกกว่า 3 เมตร แล้วต่อจากนั้นก็เลยได้แจ้งหน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคีลงไปค้นหาร่างขึ้นมา

ร้อยตำรวจเอกภีระพัฒน์ แก้วดำ รอง สว.ไต่สวน สภ.หาดใหญ่ และพันตำรวจเอกอภิชาติ วรรณโก ผกก.สภ.หาดใหญ่ พันตำรวจโทมาชา แก้วทอง รอง ผกก.ป. ก็เลยไปวิเคราะห์จุดเกิดเหตุ เจอผู้ตายเป็นชายอายุโดยประมาณ 25-30 ปี ใส่เสื้อยืดสีแดง กางเกงสามส่วนสีดำ แต่ว่าในตัวไม่เจอหลักฐานบอกว่าเป็นคนใด มีเพียงแต่เงินสด 40 บาท นาฬิกาสำหรับใส่ข้อมือ โทรศัพท์เคลื่อนที่ กุญแจรถยนต์ รวมทั้งหน้ากากที่อยู่ในกระเป๋ากางเกง ที่แผ่นหลังหน้าอก แขนมีรอยสัก และก็ที่ท้องมีร่องรอยของการผ่าตัด

จากการตรวจทานผู้ครอบครองรถยนต์คันนี้ก็ไม่ใช่คนตาย ตำรวจก็เลยได้ส่งศพไปพิสูจน์ที่โรงพยาบาลหาดใหญ่อีกรอบว่ามีสิ่งเสพติดอยู่ภายในร่างกายหรือเปล่ารวมทั้งจะรีบหาร่องรอยว่าคนเสียชีวิตเป็นคนใด

ส่วนที่มาของการขับรถยนต์หนีด่านตรวจเป็นได้ว่าบางครั้งก็อาจจะตื่นกลัวตำรวจในตอนที่มีการตั้งด่านตรวจเคอร์ฟิว และก็อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีของผิดกฎหมาย หรือสิ่งเสพติดอยู่ในตัว หรือเสพยามาก็เลยตื่นกลัว และก็ขับขี่รถหนีในที่สุดก็มาเสียชีวิตดังที่กล่าวมาข้างต้น.

 

แหล่งที่มา.. thairath

บิ๊กป้อม ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์ที่หอพัก CAT รองรับนักรบเสื้อกาวน์

บิ๊กป้อม ห่วงใยเจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์ มาให้กำลังใจถึงหอพัก CAT หลังจัดเป็นสถานที่รองรับนักสู้เสื้อกาวน์จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ให้เดินทาง-พักได้สบาย

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 ม.ย. 2563 พล.อำเภอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และก็แผนก พร้อมทั้ง นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจแล้วก็สังคม นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจแล้วก็สังคม เดินทางมาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทางด้านการแพทย์ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ในตึกหอ CAT สำนักงานใหญ่ ถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งใช้เป็นสถานที่พักชั่วครั้งคราว โดยมี ศ.จ.นายแพทย์นิธิ มหาความรื่นเริง ผู้อำนวยการโรงหมอจุฬาภรณ์ และก็พันเอกสรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT พร้อมคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ

เดี๋ยวนี้จากเหตุการณ์โรคติดเชื้อเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยังคงมีตัวเลขการระบาดในประเทศไทยสม่ำเสมอ แล้วก็บางทีอาจใช้เวลานับเดือนสำหรับการเยียวยารักษาคนเจ็บโรคติดเชื้อดังที่กล่าวถึงแล้ว CAT ก็เลยได้เตรียมพร้อมตึกห้องเช่าปริมาณ 145 ห้อง สำหรับรองรับพนักงานทางด้านการแพทย์ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่มีการเสี่ยงสูงจากการกระทำงานให้สมควร โดยตึกห้องเช่าดังที่กล่าวผ่านมาแล้วจะจัดเป็นสถานที่พักสำหรับเจ้าหน้าที่การแพทย์ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ในกรุ๊ปที่ดูแลคนเจ็บโรคมะเร็ง เพื่อการพักอาศัยที่แยกรูปร่างจากเจ้าหน้าที่ที่ดูแลกรุ๊ปคนไข้โรคระบาดโควิด-19 ซึ่งจะใช้ห้องพักของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

โดยการขยายโซนบ้านพักแล้วก็การแบ่งโซนดังกล่าวข้างต้นเพื่อดูแลคุ้มครองปกป้องสุขภาพของเจ้าหน้าที่ทางด้านการแพทย์ทั้งคู่กรุ๊ปให้ไม่เป็นอันตรายรวมทั้งช่วยสำหรับในการลดการเสี่ยงติดโรคที่อาจเกิดขึ้นจากการพักด้วยกัน แล้วก็อำนวยความสะดวกให้กับพนักงานด้านการแพทย์ซึ่งมีความอ่อนแรงจากการกระทำงานหรือบางทีอาจไม่สบายที่จะเดินทางในตอนการประกาศเหตุการณ์รีบด่วน

ดังนี้ พล.อำเภอประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้กล่าวให้กำลังใจแก่พนักงานหมอในช่องทางที่ได้เยี่ยมในคราวนี้ ว่า “ผมขอสรรเสริญในความเสียสละของเจ้าหน้าที่ทางด้านการแพทย์ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่มีภารกิจทั้งยังในส่วนของการพยาบาลผู้ป่วยโควิด-19 ผู้เจ็บป่วยโรคมะเร็งและก็โรคอื่นๆซึ่งจำเป็นต้องเจอความลำบากเยอะขึ้นเรื่อยๆสำหรับการปฏิบัติการ ผมขอส่งพลังใจให้ทุกคนสามารถทำหน้าที่อันสำคัญยิ่งสำหรับในการดูแลสามัญชนได้อย่างง่ายดายและก็ไม่มีอันตราย เวลาเดียวกัน ขอขอบคุณมากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและก็สังคม ที่ได้มอบแนวนโยบายและก็ดูแลให้หน่วยงานต่างๆในสังกัดได้ร่วมช่วยเหลือราษฎรในลักษณะต่างๆโดยยิ่งไปกว่านั้นการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รวมทั้งจำต้องขอขอบพระคุณ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ที่เอื้อเฟื้อสถานที่ที่จัดไว้อย่างยอดเยี่ยมเพื่อช่วยทำให้พนักงานทางด้านการแพทย์ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้รับความสบายสบายสำหรับเพื่อการพักโดยสวัสดิภาพ และไม่จำต้องเสียเวล่ำเวลาสำหรับเพื่อการเดินทาง ซึ่งจะสามารถช่วยทำให้นักสู้เสื้อกาวน์ของพวกเราสามารถดำเนินงานได้อย่างมาก”

สำหรับตึกห้องพัก CAT ตั้งอยู่ใกล้กับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มีความสบายสบายด้วยหอพักสะอาด ขนาดมาตรฐาน แอร์ เครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆพร้อมระบบคีย์การ์ดแล้วก็ข้าราชการรักษาความปลอดภัย 1 วัน โดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จะให้การดูแลด้านความถูกอนามัย ความสะอาด แล้วก็กระบวนการทำให้ไม่มีเชื้อตามหลักสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดตลอดเวลาการใช้ตึกเป็นบ้านพักเจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์ไปจนกระทั่งวันที่เหตุการณ์ของประเทศกลับสู่สภาวะธรรมดาโดยสวัสดิภาพ.

 

 

แหล่งที่มา.. thairath

เมืองคอน ปลดล็อก ร้านตัดผม-เสริมสวย หลังควบคุมสถานการณ์โควิด-19ได้

เมืองคอน ปลดล็อก ร้านตัดผม-ร้านเสริมสวย เป็นจังหวัดแรกของประเทศ หลัง ผู้ว่าฯ มั่นใจว่าเหตุการณ์สำหรับเพื่อการควบคุมไวรัส โควิด-19 เป็นที่ถูกใจ และก็เพื่อจัดการกับปัญหาความลำบากของผู้ประกอบกิจการ และก็พสกนิกร ช่วงเวลาเดียวกันเซ็นชื่อสั่งปิดห้างดังกลางใจเมือง 14 วัน ยกเว้นแผนก ซุปเปอร์มาร์เก็ต ของกิน ยา

ช่วงวันที่ 10 เม.ย.63 นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ในฐานะผู้กำกับบริหารราชการในเหตุการณ์เร่งด่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ลงชื่อในคำสั่งของจังหวัดที่ 1227/2563 อนุญาตให้ ร้านตัดผมหรือแต่งผม ร้านเสริมสวย และก็สถานที่เสริมความสวย ในจังหวัด สามารถเปิดให้บริการกับลูกค้าได้ เมื่อวันที่ 16 เม.ย.63

ดังนี้ ทางจังหวัดได้มีคำสั่งปิดร้านตัดผมแล้วก็ร้านเสริมสวย มาเมื่อวันที่ 26 มี.ค.ก่อนหน้าที่ผ่านมา เพื่อเฝ้าระวังรวมทั้งคุ้มครองปกป้องการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อเชื้อไวรัสโคโรนาโควิด 19 ซึ่งได้รับความร่วมแรงร่วมใจ จากบรรดาร้านตัดผม ร้านเสริมสวยอย่างดีเยี่ยม และก็จากการสัมมนาคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ได้พินิจพิเคราะห์มีความคิดเห็นว่า เหตุการณ์ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ดำเนินไปในแนวทางที่ดี เพื่อบรรเทาความลำบากของผู้ประกอบธุรกิจ และก็ราษฎรโดยปกติ นับได้ว่าเป็นจังหวัดแรกของไทยที่อนุญาตผ่อนผันให้เปิดร้านตัดผมได้

ผู้ว่าฯนครศรีธรรมราช กล่าวเพราะว่า ได้กำหนดให้เปิดบริการ ทางร้านค้าจำเป็นที่จะต้องจัดให้มีการเว้นระยะห่างทางด้านสังคม ของผู้รับบริการอย่างต่ำ 2 เมตร ควรจะมีน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ชำระล้างผิวสัมผัส ผู้ให้บริการจำเป็นต้องใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าขณะให้บริการ ก่อนจะมีการให้บริการผู้มารับบริการรายถัดไป ควรมีแอลกอฮอล์ เจล หรือสบู่ล้างมือ ทั้งยังก่อนแล้วก็ข้างหลังการรับบริการ

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวต่อว่า ได้ลงนามในคำสั่งเดียวกันนี้ ให้ปิดห้างเทสหรูหรา-โลตัส สาขานครศรีธรรมราช ตรงเวลา 14 วัน ตั้งแต่วันพรุ่ง 11-24 เม.ย.นี้ โดยคำสั่งปิด ละเว้นบางแผนกของห้างสรรพสิค้าดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ที่มีความสำคัญต่อการดำรงอยู่เป็นแผนกซุปเปอร์มาร์เก็ต แผนกของกิน แผนกขายยา ศูนย์บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และก็ธนาคาร เหตุเพราะเป็นหลักที่ศูนย์กลางเมืองที่มีพลเมืองจำนวนไม่ใช่น้อย เข้าใช้บริการ เพื่อลดการเสี่ยงการแพร่ไปของโรคเชื้อไวรัสโคโรนา โควิด-19.

 

แหล่งที่มา.. thairath

ขสมก ปรับเวลาให้บริการ ตอนเคอร์ฟิว 05.00-21.00 น.

ขสมก ปรับเวลาให้บริการ ตอนเคอร์ฟิว 05.00-21.00 น.

ขสมก ปรับเวลาให้บริการ ตอนเคอร์ฟิว 05.00-21.00 น. เพิ่มความถี่ปลดปล่อยรถยนต์ 5-10 นาทีต่อคัน ย้ำมาตรการ Social Distancing รวมทั้งผู้โดยสารทุกคนจำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัย

นักข่าวรายงานว่า องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กระทรวงคมนาคม ได้เปลี่ยนแปลงเวลาการให้บริการรถเมล์จากเวลาธรรมดา เป็นตั้งแต่ เวลา 05.00 – 21.00 น. (เวลา 21.00 น.หมายถึงขณะที่รถเมล์กลับถึงอู่หยุดรถยนต์ท่าต้นทาง) โดยเริ่มเมื่อวันที่ 3 ม.ย. 2563 เป็นต้นมา เพื่อสอดคล้องกับประกาศกฎระเบียบออกตามความลับมาตรา 9 ที่พระราชกำหนดการจัดการราชการในเหตุการณ์เร่งด่วนฯ (ฉบับที่ 2) ห้ามบุคคลใดทั่วราชอาณาจักรออกนอกที่พักอาศัยระหว่าง เวลา 22.00-04.00 น. ของวันพรุ่งนี้

ดังนี้ ขสมก. ได้ปรับปรุงแก้ไขแผนการเดินรถตามแนวนโยบายของกระทรวงคมนาคมสำหรับในการอำนวยความสะดวกการเดินทางรวมทั้งลดความคับแคบของสามัญชนตามมาตรการเว้นระยะห่างด้านสังคม (Social Distancing) จัดแจงปลดปล่อยรถยนต์ในระยะเวลาดังที่ได้กล่าวมาแล้วให้สอดคล้องกับความอยากใช้บริการของราษฎรดังต่อไปนี้

1. ปลดปล่อยรถยนต์คันแรก ออกมาจากท่าต้นทาง เวลา 05.00 น. โดยเพิ่มความถี่ในตอนต้นของการปลดปล่อยรถยนต์ ให้มีระยะห่างกันไม่เกิน 5-10 นาที เพื่อแก้ไขการตกค้างของผู้รับบริการ

2. ปลดปล่อยรถยนต์คันท้ายที่สุด ออกมาจากท่าต้นทาง เวลาโดยประมาณ 18.00-19.00 น. แล้วก็ปลดปล่อยรถยนต์ออกมาจากท่าจุดหมาย เวลาราวๆ 20.00 น. เพื่อพนักงานขับรถขึ้นรถสามารถนำรถยนต์กลับเข้าอู่ได้ตรงเวลา 21.00 น. โดยปรับเพิ่มความถี่ตอนการปลดปล่อยรถยนต์ 3 คันในที่สุดให้มีระยะห่างกัน 5-10 นาที ซึ่งรถยนต์ 3 คันท้ายที่สุด จะขึ้นป้ายเนื้อความชี้บ่งรอบๆหน้ารถเมล์ดังต่อไปนี้

2.1 เหลือรถยนต์ 2 คันในที่สุด
2.2 เหลือรถยนต์ 1 คันท้ายที่สุด
2.3 รถยนต์คันท้ายที่สุด

3. การปลดปล่อยรถเมล์ในช่วงเร่งด่วนยามเช้า-เย็น จะใคร่ครวญปลดปล่อยรถยนต์ให้สอดคล้องกับความอยากใช้บริการของประชาชนในแต่ละช่วง

4. ผู้รับบริการทุกคนจำเป็นต้องใส่หน้ากากอนามัยทุกหนขณะใช้บริการรถเมล์ แล้วก็จำเป็นต้องกระทำตามมาตรการ Social Distancing ดังต่อไปนี้

4.1 จะต้องนั่งบนเบาะที่ระบุ (เบาะที่ไม่มีสติกเกอร์คาดเป็นรูปกากบาท)
4.2 จำต้องยืนบนจุดที่ระบุ รวมทั้งสามารถยืนได้คันละไม่เกิน 10 คน
4.3 กรณีรถประจำทางมีผู้รับบริการครบตามปริมาณที่กำหนดไว้ ควรต้องคอยใช้บริการรถเมล์คันต่อไป

 

 

แหล่งที่มา.. thairath

โรงพยาบาลกระบี่ ยันศพสาวใส่ถุงซิปล็อกส่งเครือญาติฝังตามหลักศาสนา ไม่ติดโควิด-19

โรงพยาบาลกระบี่ ชี้แจง กระทั่งถึงศพสาวใส่ถุงที่เป็นแบบซิปล็อก ส่งคืนให้พี่น้องไปประกอบพิธีฝังตามอิสลาม มิได้ติดโรคเจ็บป่วยโควิด-19 เพียงแค่คุ้มครองป้องกันไว้ก่อนระหว่างรอคอยผลตรวจ วอนอย่าวิตกกังวลกลัว

นักข่าวรายงานจาก จังหวัดกระบี่ ตอนวันที่ 6 เม.ย. กรณีมีข่าวสารปรากฏทางสื่อรวมทั้งโลกโซเชียลในพื้นที่ จังหวัดกระบี่ ว่ามีคนป่วยเป็นหญิงสาวเป็นนางสุไรต๊ะ (รักษาชื่อสกุล) อายุ 42 ปี ราษฎร กลุ่ม 7 ตำบลหนองสมุทร อำเภอเมืองกระบี่ เสียชีวิตด้วยอาการปอดอักเสบ ขณะไปรับการดูแลและรักษาตัวที่ โรงพยาบาลกระบี่ ช่วงวันที่ 3 เม.ย.ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา แล้วหลังจากนั้นทาง โรงพยาบาลนำศพหญิงสาวรายดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วใส่ถุงแบบซิปล็อกส่งคืนให้เครือญาติไปประกอบพิธีฝังตามศาสนา ในพื้นที่บ้านเขากลม กลุ่ม 7 ตำบลหนองสมุทร อำเภอเมืองกระบี่ สร้างความตื่นตระหนกระแวงให้กับประชาชนในพื้นที่ว่าบางทีก็อาจจะเป็นคนไข้ติดโรคเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้วเสียชีวิตนั้น

ปัจจุบันนักข่าวตรวจทานหัวข้อนี้ไปที่ นพ.สุวจนะ ภูเขาเก้าล้วน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกระบี่ ว่าเรื่องราวดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นมีที่ไปที่มาเช่นไร ทราบดีว่าหญิงสาวรายดังที่กล่าวผ่านมาแล้วเข้ามารับการดูแลและรักษาลักษณะการป่วยปอดอักเสบ เมื่อเวลาดึกวันที่ 3 เม.ย.ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา โดยคนป่วยมีลักษณะอาการหนักมาจากบ้านแล้ว ทางกลุ่มหมอก็เลยนำเข้ารับการดูแลรักษาในห้องห้องดูแลผู้ป่วยหนักในโรงพยาบาล

แต่ว่าคนเจ็บเสียชีวิตเมื่อตอนเช้าวันที่ 4 เม.ย.ก่อนหน้าที่ผ่านมา ตอนนั้นทาง โรงพยาบาลยังไม่สามารถที่จะรับรองได้ว่าผู้เจ็บป่วยรายดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วมีลักษณะอาการติดโรคจากเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือเปล่า ก็เลยปฏิบัติงานบรรจุศพในถุงแบบซิปล็อกระหว่างรอคอยผลตรวจค้นเชื้อตามมาตรการคุ้มครองปกป้องเพื่อคุ้มครองไว้ก่อน แล้วก็เลยส่งตัวอย่างเลือดไปตรวจค้นเชื้อ ผลของการตรวจรับรองมาแล้วว่าปลอดเชื้อโรคเชื้อไวรัสวัวโรทุ่งนา 2019 หรือโควิด-19

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกระบี่ กล่าวว่ากล่าว ในเหตุการณ์การแพร่ระบาด ไม่ต้องการให้ประชากรตระหนกตกใจกับข่าวโคมลอยที่ออกมา ทาง โรงพยาบาลมีกรรมวิธีตรวจที่เป็นไปตามมาตรฐานของสาธารณสุข และก็ต้องการอ้อนวอนให้สื่อมวลชนตรวจทานข้อมูลก่อนที่จะพรีเซ็นท์ทุกคราว เพื่อไม่สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชน ในขณะนี้ขอให้ทราบข้อมูลที่ได้มาจาก ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่แค่นั้น.

 

แหล่งที่มา.. thairath

เลขาฯ ศาลยุติธรรม เผย ศูนย์ EM ยังดำเนินงานไม่มีทางหยุด ถึงแม้โควิด-19 ระบาด

เลขาฯ ศาลยุติธรรม เผย ศูนย์ EM ยังปฏิบัติการไม่มีทางหยุดแม้โควิด-19 ระบาด ยกฐานะการปกป้องและก็คิดถึงความสงบสุขสังคม ด้านศาลแพ่งมีนบุรี สั่งเลื่อนคดีจัดแจงพิเศษแล้วก็คดีนัดหมายสอบพยานไปก่อน

วันที่ 5 เม.ย. 2563 นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการที่ทำการ ศาลยุติธรรม เผยออกมาว่า ภายใต้การกระทำตามมาตรการเกี่ยวกับการปกป้องคุ้มครองการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 รวมทั้งการบังคับใช้ พระราชกำหนดการจัดการราชการในเหตุการณ์รีบด่วน แต่ว่าในส่วนของการป้องกันสิทธิเสรีภาพพื้นฐานของผู้ต้องหาและก็เชลยซึ่งเป็นไปตามหลักการของ นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา ยังคงปฏิบัติการอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักการทำงานของข้าราชการข้างในศูนย์ควบคุมการใช้แรงงานเครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์สำหรับตรวจทานหรือจำกัดการเดินทางของบุคคลสำหรับการปลดปล่อยชั่วครั้งคราวหรือที่เรียกว่า ศูนย์ EM ยังคงปฏิบัติหน้าที่มอนิเตอร์การใช้แรงงานกำไลติดข้อเท้า EM ดังที่ศาลสั่งให้ติดผู้ต้องหาหรือเชลยโดยไม่มีทางหยุด เพื่อการยกฐานะการป้องกันสิทธิเสรีภาพพื้นฐานของผู้ต้องหาและก็เชลยโดยนึกถึงเหยื่ออาชญากรรมแล้วก็ความสงบสุขของสังคม รวมทั้งลดความแตกต่างสำหรับในการเข้าถึงสิทธิที่กำลังจะได้รับการปลดปล่อยชั่วครั้งชั่วคราวของผู้ต้องหาหรือเชลยที่ไม่มีหลักทรัพย์ประกันตัวให้สามารถดำเนินไปได้โดยตลอด

จากข้อมูลของศูนย์ EMในวันที่ 4 เม.ย. 2563 ศาลทั้งประเทศมีคำบัญชาให้ใช้ EM แก่ผู้ต้องหา/เชลย รวม 3,668 เครื่อง ซึ่งข้าราชการของศูนย์ EM ทำมอนิเตอร์ตลอด 1 วัน ไม่มีทางหยุด เพื่อการจำกัดเขตพื้นที่หรือช่วงการเดินทางให้สมควรต่อผู้ต้องหาหรือเชลยโดยคิดถึงเหยื่ออาชญากรรมหรือผู้เสียหายสำหรับการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีมีคุณภาพสูงสุดถัดไป

ยิ่งไปกว่านี้ นายสราวุธ กล่าวเพิ่มอีกว่า การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ศาลแพ่งมีนบุรี ก็เป็นอีกศาลที่มีคำบัญชาให้เลื่อนคดีจัดแจงพิเศษรวมทั้งคดีนัดหมายสอบพยานสม่ำเสมอออกไปก่อน บางทีอาจจะกระทบทนายความ คู่กรณี แล้วก็สามัญชน ที่มาใช้บริการศาลแพ่งมีนบุรี ซึ่งในส่วนของการจัดการจัดแจงคดีศาลก็ได้พากเพียรไม่ให้เป็นผลกระทบ การรอ หรือการชะงักงันทางคดี โดยเหตุนี้ คู่กรณีสามารถตรวจดูวันนัดหมายตามคำสั่งแจ้งรับรอง วันนัดหมาย หรือขอเปลี่ยนวันนัดหมายได้ ด้านในวันที่ 8 เม.ย. 2563 ส่วนคดีที่นัดหมายฟังคำตัดสิน คำบัญชา หรือคำตัดสิน คู่กรณีไม่จำเป็นต้องเดินทางมาศาล แล้วก็ถ้าอยากใช้สิทธิ์อุทธรณ์หรือศาลฎีกา สามารถยื่นได้ภายในช่วงระยะเวลาที่ข้อบังคับระบุ หรือถามไถ่ข้อมูลอื่นๆ ถึงที่เหมาะเบอร์ 0-2171-4111 ต่อ 1216, 1217, 1513 หรือ 08-9201-0711 หรือเว็บศาลแพ่งมีนบุรี

อย่างไรก็แล้วแต่ คดีศาลแพ่ง เป็นคดีความที่เกี่ยวโยงกับสิทธิประโยชน์ หรือเงินทุน ซึ่งราษฎรอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีความไม่สาบายใจ ฉะนั้น ศาลสนับสนุนใช้ไอทีแบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆหรือ D-Court มาเกื้อหนุนหลักการทำงานของศาล รวมทั้งสร้างความสบายให้กับคู่กรณีในคดี ได้แก่ การใช้ระบบยื่นฟ้องคดีแพ่ง-ส่งปากคำ-เอกสารผ่านระบบ e-Filing ฯลฯ ซึ่งเป็นการให้ความเที่ยงธรรมให้กับสามัญชนอีกต้นแบบ โดยไม่ต้องเดินทางมาศาล.

 

แหล่งที่มา.. thairath